คลังเร่งเศรษฐกิจไทย ดันจีดีพีปีหน้าโต 4-4.5%

เข้าชม 157
อัพเดท : 30 พ.ย. 59

คลังเร่งเศรษฐกิจไทย ดันจีดีพีปีหน้าโต 4-4.5%


นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงแนวโน้มเศรษฐกิจในปีหน้าว่า คาดว่าจะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 3.4% แต่กระทรวงการคลังอยู่ระหว่าง
การพิจารณามาตรการต่างๆ เพื่อให้เศรษฐกิจปีหน้าโตแบบก้าวกระโดดได้ 4.0-4.5% ซึ่งจะไม่ใช่มาตรการลดหย่อนภาษี แต่เป็นมาตรการที่เน้นรายจ่ายการ
ลงทุนที่จะดำเนินการเบิกจ่ายได้จริงจำนวนมาก รวมถึงภาคเอกชนก็จะเริ่มกลับมาลงทุนจำนวนมาก เพราะไม่สามารถชะลอการลงทุนได้มากกว่านี้อีกแล้ว

ทั้งนี้ การที่เศรษฐกิจปีหน้าขยายตัวเพิ่มขึ้นจะส่งผลดีจำนวนมาก ทั้งทำให้ประเทศหลุดจากกับดักรายได้ปานกลางได้เร็วขึ้น และการเก็บภาษีของประเทศได้
มากขึ้น รวมถึงการว่าจ้างงานมากขึ้นด้วย ซึ่งตัวเลขเดือน ต.ค. 2559 ที่การว่างงานเพิ่มขึ้นสูงมาก เป็นผลจากฤดูกาลของภาคเกษตรกรรม และยังไม่มีความ
เสี่ยงกับเศรษฐกิจไทย โดยตัวเลขการว่างงานของไทยถือว่าเป็นจุดแข็งของเศรษฐกิจ เพราะมีการว่างงานที่ต่ำ ไม่ถึง 1% ของแรงงานรวม มีเพียงล่าสุดเดือน
ต.ค. 2559 ที่การว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น 1.2%

นอกจากนี้ คลังได้ร่วมมือกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม นำระบบบริการคลัง 4.0 GovConnect เข้ามาใช้เพื่อให้การทำงานของกระทรวงการคลัง มี
ประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะเริ่มใช้ที่สำนักงานปลัด ซึ่งจะทำให้เห็นภาพรวมการเบิกจ่าย การลงทุน และข้อมูลเศรษฐกิจต่างๆ รวมทั้งสามารถดึงข้อมูลต่างๆ
ออกมาวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อจัดทำนโยบาย และออกมาตรการเศรษฐกิจได้อย่างเท่าทันเหตุการณ์

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธุรกิจ และเศรษฐกิจฐานราก ธนาคารออมสินได้มีการปรับประมาณ
การเศรษฐกิจในปี 2559 จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 3.1% เพิ่มเป็น 3.2% โดยมีปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยในปี 2559 คือ การบริโภคภาคเอกชนที่
ขยายตัวได้ดีขึ้นทั้งจากครัวเรือนในภาคการเกษตรและนอกภาคการเกษตร ด้านการอุปโภคและลงทุนของภาครัฐยังขยายตัวต่อเนื่อง สามารถลงทุนโครงการ
ต่างๆ ได้ตามเป้าหมาย มีเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ภาคการท่องเที่ยวยังคงมี แนวโน้มขยายตัว

สำหรับข้อจำกัดและปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทยปีนี้ ปัจจัยภายนอก คือ การส่งออกสินค้าที่ยังคงหดตัวตามเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าและการใช้นโยบายการเงิน
ของประเทศคู่ค้าที่แตกต่างกัน ส่งผลทำให้ค่าเงินบาทผันผวน รวมทั้งผล กระทบจากนโยบายด้านการค้าของสหรัฐ คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการเงิน
และการค้าระหว่างประเทศระดับหนึ่ง ตลอดจนนโยบายด้านการเงินที่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นนัยสำคัญ

ขณะที่ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงในประเทศจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ส่งผลกระทบให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ส่วนการลงทุนภาคเอกชนค่อน
ข้างทรงตัว ส่วนหนึ่งมาจากการส่งออกที่ขยายตัวในบางอุตสาหกรรมและหากภาคเอกชนกลับมาเป็นผู้นำในการลงทุนอีกครั้ง เศรษฐกิจไทยจะสามารถขยาย
ตัวได้แข็งแกร่งมากขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ และ reic.or.th