เลื่อนเดินรถสายสีเขียว รฟม.เตรียมแผนบริหารสำรอง เล็งจ้างบีทีเอสเดินรถ

เข้าชม 108
อัพเดท : 08 ธ.ค 59

เลื่อนเดินรถสายสีเขียว รฟม.เตรียมแผนบริหารสำรอง เล็งจ้างบีทีเอสเดินรถ

รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เผยว่า ความคืบหน้าของการก่อสร้างโครงการถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ วงเงิน 21,095.08 ล้านบาท ขณะนี้ส่วนใหญ่แล้วเสร็จไปตามแผน ขณะนี้อยู่ระหว่างการวางระบบไฟฟ้าและจะเลื่อนเวลาการเปิดทดลองเดินรถ ในช่วง 1 กิโลเมตร (กม.) แรก แบริ่งสมุทรปราการ เป็นเดือน มี.ค. 2560 จากกำหนดเดิมเดือน ธ.ค. 2559 เนื่องจากความล่าช้าในกระบวนการโอนทรัพย์สินและหนี้สินสายสีเขียวเหนือให้กับ กทม.ซึ่งยังหาข้อสรุปไม่ได้

อย่างไรก็ตาม รฟม.เตรียมวางแผนบริหารและเดินรถในเส้นทางดังกล่าวให้มีความพร้อมในรูปแบบพีพีพีต่อไป ไม่ให้กระทบกับการเปิดให้บริการประชาชน โดยจะว่าจ้างบริษัท บีทีเอส เข้ามาดำเนินการ เนื่องจากได้เข้ามาลงทุนด้านการวางระบบและศึกษาแผนเดินรถร่วมกับ กทม.อยู่ก่อนแล้ว แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ที่การพิจารณาของคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ว่าจะให้ใครเป็นผู้บริหารโครงการเพื่อนำผลไปปรับแก้รายละเอียดด้านข้อกฎหมายต่อไป คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า

นายพีระยุทธ กล่าวว่า ความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ช่วงหมอชิตสะพานใหม่-คูคต 39,745.45 ล้านบาท ขณะนี้เริ่มดำเนินการรื้อย้ายสะพานข้ามแยกรัชโยธินแล้วและจะแล้วเสร็จภายใน 2 เดือน ส่วนการก่อสร้างอุโมงค์ข้ามแยกดังกล่าวจะแล้วเสร็จช่วงปลายปี 2561 สอดรับกับแผนเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวในปี 2562

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้อนุมัติให้ รฟม.ดำเนินการว่าจ้าง บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BEM เข้ามาดำเนินการติดตั้งระบบการเดินรถ 1 สถานี ช่วงระหว่างสถานีเตาปูนกับสถานีบางซื่อ ในระหว่างที่การเจรจาตกลงว่าจ้าง BEM เข้ามาให้บริการเดินรถส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยคาดว่าจะผ่านการอนุมัติจาก ครม.ในเดือน ธ.ค.นี้ และเปิดให้บริการ 1 สถานีได้ในเดือน ส.ค. 2560

นายธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล รองผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า ภายในสัปดาห์หน้าจะเรียก กิจการร่วมค้า BSR มาเจรจาต่อรองและตกลงในรายละเอียดต่างๆ ในการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน และจะลงนามในสัญญาได้ภายใน เม.ย. 2560 โดยหลังจากนี้จะส่งร่างสัญญาให้กับสำนักงานอัยการสูงสุดตรวจสอบ ก่อนสรุปรายละเอียดเสนอสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และกระทรวงคมนาคมพิจารณา เพื่อส่งต่อไปยังที่ ครม.ต่อไป

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  , reic.or.th

บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูข่าวทั้งหมด »