'ฟินเทค' กระแสมาแรง หลายประเทศเปิดทางให้จัดตั้ง 'ธนาคารออนไลน์'

เข้าชม
อัพเดท : 24 ส.ค. 60

'ฟินเทค' กระแสมาแรง หลายประเทศเปิดทางให้จัดตั้ง 'ธนาคารออนไลน์'

บทบาทของ "ฟินเทค" เพิ่มขึ้นอย่างมาก และขณะนี้ทางการของหลายๆ ประเทศทั่วโลกก็เปิดทางให้ใบอนุญาตจัดตั้ง "ธนาคารออนไลน์" ที่ทำธุรกิจการเงินครบวงจรบนหน้าจอมือถือ โดย "ไม่มีสาขา" หรือเอทีเอ็มเหมือนธนาคารทั่วไป แต่ให้บริการแบบธนาคารเต็มรูปแบบ ไม่ใช่แค่ธุรกรรม ฝาก ถอน โอน จ่าย เท่านั้น แต่หมายรวมถึงการปล่อยกู้ ให้คำปรึกษาการลงทุน รวมไปถึงการขายประกันเช่นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

"ดีบีเอส แบงก์" ของสิงคโปร์ ธนาคารยักษ์ใหญ่ของอาเซียน เปิดเกมรุกตลาดอินเดีย โดยเปิดตัวธนาคารออนไลน์ภายใต้ชื่อว่า "ดิจิแบงก์ อินเดีย" เป็นการขยายตลาดแบบไม่ต้องลงทุนเปิดสาขา ให้บริการทางการเงินรูปแบบต่าง ๆ โดยไม่ใช่กระดาษหรือลายเซ็น และยังเตรียมร่วมมือกับ 3 บริษัทตัวแทนประกัน เพื่อนำเอาสินค้าประกันชีวิตมาวางขายในแพลตฟอร์มอีกด้วย ซึ่งซีอีโอของดิจิแบงก์มองว่าแพลตฟอร์มออนไลน์มีความสามารถอีกมาก

ขณะที่ธนาคารกลางของ "สวีเดน" ก็เพิ่งอนุมัติใบอนุญาตธนาคารออนไลน์ ให้แก่ "Klarna" บริษัทฟินเทคขนาดใหญ่ของยุโรปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เดิม Klarna ให้บริการระบบชำระเงิน โดยร่วมมือกับผู้ค้าปลีกต่าง ๆ ที่ให้ลูกค้าได้รับสินค้าก่อนแล้วค่อยจ่ายเงิน พร้อมระบบให้เครดิตความเสี่ยงแก่ลูกค้าแต่ละคน เพื่อเป็นประโยชน์แก่บรรดาผู้ค้าปลีกด้วย จนปัจจุบันมีฐานลูกค้ากว่า 60 ล้านคน

ซีอีโอของฟินเทครายนี้ระบุว่า บริษัทต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการปรับโครงสร้างธุรกรรมการเงินเพื่อการปล่อยกู้รายย่อย

นอกจากนี้ "Zopa" ฟินเทคอีกรายของอังกฤษ ที่ให้บริการสินเชื่อรายย่อย ก็ได้ยื่นขอใบอนุญาตธนาคารออนไลน์เช่นกัน เพื่อที่จะยกระดับธุรกรรมไปอีกขั้น โดยต้องการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้กู้กลุ่มอื่น ๆ มากขึ้น รวมถึง "SoFi" ฟินเทค

ด้านสินเชื่อบุคคล จากซานฟรานซิสโกก็ได้ยื่นขอรับไลเซนส์ตั้งธนาคารออนไลน์ไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นธนาคารเพื่อการกู้ยืมภาคอุตสาหกรรม (ILC) ภายใต้ชื่อ "SoFi Bank of Utah" ทั้งยังต้องการที่จะเพิ่มบริการด้านการขายประกัน บัตรเครดิต และภาคส่วนอื่น ๆ อีกด้วย

ในยุคที่ฟินเทคกำลังครองเมือง ทุกฝ่ายยอมรับว่าอนาคตรูปแบบบริการทางการเงินจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สตาร์ตอัพ "ฟินเทค" ทั้งหลายเร่งยกระดับธุรกิจสู่การเป็นธนาคารบนโลกออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อขยายบริการที่มากขึ้น กว้างขวางขึ้น รองรับชีวิตผู้คนบนหน้าจอมือถือให้ได้มากที่สุด

และเป็นการตอกย้ำว่าในยุคเทคโนโลยีครองเมือง ทำให้ใคร ๆ ก็สามารถเข้ามาเป็นเจ้าของธุรกิจธนาคารได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่ธุรกิจของกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่เช่นในอดีตอีกต่อไป

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : msn.com , มติชน