ออมเงินส่งลูกเรียน

เข้าชม
อัพเดท : 07 พ.ย. 60

ออมเงินส่งลูกเรียน

 การศึกษา ถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่พ่อแม่ทุกคนอยากมอบให้ลูก ยอมเสียสละ ยอมทำงานหนัก เพื่อแลกกับการให้ลูกได้เรียนสูงๆ วันนี้เราจึงมีบทความเกี่ยวกับการออมเงินส่งลูกเรียน โดยมี 4 วิธี ดังนี้

วิธีที่ 1 การสอบชิงทุน

     ในปัจจุบันมีหลายองค์กรแจกทุนการศึกษาหรือให้สอบชิงทุนเพื่อศึกษาต่อ ซึ่งมักมีเงื่อนไขว่าถ้าเรียนจบแล้วจะต้องกลับมาทำงานใช้ทุนในองค์กร X ปี (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละองค์กร) ในกรณีนี้ผู้ปกครองควรค้นหาว่าลูกมีความถนัดทางด้านไหนเพื่อเตรียมข้อมูลว่าต้องทำอย่างไรบ้างเพื่อจะได้รับทุนนั้นๆ

วิธีที่ 2 เก็บเงินระยะสั้น – การออมเงินโดยฝากออมทรัพย์

     เป็นการออมเพื่อรักษาสภาพคล่องไว้ใช้จ่ายจิปาถะต่างๆ ซึ่งควรสร้างวินัยให้ลูกรู้จักการประหยัด รู้คุณค่าของเงินและจัดสรรเงินเองได้ ถ้าจะขอเงินค่าขนมเพิ่มมากกว่าเดิมต้องมีเหตุผลที่เพียงพอ อาจลองเปลี่ยนจากปกติให้ค่าขนมทุกวันเป็นมาให้รายสัปดาห์ หรือถ้าปกติให้เป็นรายสัปดาห์เป็นมาให้รายเดือน เพื่อให้ลูกได้รู้จักจัดสรรเงินด้วยตนเอง อาจจะต้องจดบัญชีรายรับ-รายจ่ายเพื่อดูว่าใช้เงินไปกับอะไรบ้าง ถ้าใช้เงินหมดก่อนครบกำหนด 1 สัปดาห์(หรือ 1 เดือน) ก็ต้องมาคุยกันว่าใช้ไปกับอะไร ทำไมเงินถึงไม่พอใช้ แล้วตรวจสอบจากบัญชีที่จดว่าจ่ายไปกับอะไรบ้าง อธิบายกันด้วยเหตุผล อย่าบ่นว่าลูก อาจต้องทำใจแข็งบ้างเพื่อฝึกให้ลูกเป็นคนมีระเบียบวินัยมากขึ้น ฝึกให้รู้จักเผชิญกับความผิดหวัง(เพราะขอเงินแล้วไม่ได้) จะได้รู้วิธีแก้ปัญหาในอนาคต และเมื่อลูกโตในระดับหนึ่งควรให้ลองทำงาน จะทำให้เด็กรู้จักการใช้เงินมากขึ้น

วิธีที่ 3 เก็บเพื่อการศึกษาระยะปานกลาง – การออมเงินโดยใช้ LTF

     ใช้ประโยชน์จากข้อกำหนดของ LTF ที่ขายได้เมื่อครบ 5 ปี สร้างวินัยการออมเพื่อเป้าหมายระยะปานกลางได้เป็นอย่างดี แต่อย่าซื้อเกินสิทธิ์ประโยชน์ทางภาษี คือ 15% ของรายได้พึ่งประเมินแต่ไม่เกิน 500,000 บาท

วิธีนี้เราจะได้รับประโยชน์จากกการออม 2 ต่อ คือ

ต่อที่ 1 ได้ลดหย่อนภาษี ตามฐานภาษีของเรา

ต่อที่ 2 มีเงินเพื่อการศึกษาลูก ในปีที่ครบกำหนดขาย


วิธีที่ 4 เก็บเพื่อการศึกษาระยะยาว 
– การออมโดยใช้ประกันชีวิตสะสมทรัพย์

     การออมเงินระยะยาวนั้นต้องใช้วินัยการออมค่อนข้างสูงมากควรเก็บไว้ในที่ที่ถอนลำบาก เช่น วิธีสะสมเงินโดยใช้ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่เป็นการออมภาคบังคับ โดยระหว่างการทำประกันถ้าเราจำเป็นต้องการใช้เงินจริงๆ ก็สามารถกู้ประกันชีวิตของตนเองได้ ซึ่งอาจต้องสอบถามกับตัวแทนประกัน

วิธีนี้เราจะได้รับประโยชน์จากกการออม 3 ต่อ คือ

ต่อที่ 1 ได้ลดหย่อนภาษี ซึ่งลดหย่อนได้ต่อปีไม่เกิน 100,00 บาท

ต่อที่ 2 มีเงินเพื่อการศึกษาลูก ถ้าจ่ายครบตามที่กำหนด

ต่อที่ 3 ได้รับการคุ้มครองชีวิต ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝัน(อาจจะเสียชีวิตก่อนวันอันควร) จะมีเงินสดส่วนนี้เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้ลูกใช้เป็นค่าเล่าเรียนจนจบการศึกษา

* แต่ที่สำคัญ ควรศึกษาการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุนและเลือกวิธีที่เหมาะกับความสามารถในการหารายได้ของเรา เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระที่หนักมากจนเกินไป

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : aommoney

ภาพจาก : gobankingrates.com

บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูข่าวทั้งหมด »