10 ข้อควรระวังในการเลือกซื้อบ้านและคอนโด มือสอง

เข้าชม 385
อัพเดท : 18 ธ.ค 58

10 ข้อควรระวังในการเลือกซื้อบ้านและคอนโด มือสอง

1218-01

     การซื้อหาบ้านและคอนโด หรือที่อยู่อาศัย ต้องใช้เงินไม่น้อยในการดาวน์ การผ่อนเป็นเวลานานหลายปี ทำให้ถ้าพลาดแล้วยากที่จะแก้ได้ สิ่งที่ควรทำคือ ป้องกันไว้ก่อน จากการพบเห็นประสบการณ์ของคนอื่นที่เคยพลาดมาแล้ว ทั้ง 10 ข้อต่อไปนี้ จะมีอะไรบ้าง มาดูกันค่ะ

1. หลงความสวยงาม มากกว่าทำเล

     แม้บ้านมือสองส่วนใหญ่มักเป็นบ้านที่เคยมีคนอยู่อาศัยแล้ว เป็นแบบบ้านรุ่นเก่า สีสันอาจดูเก่าไปตามอายุ แต่หากอยู่ในทำเลที่ดีกว่าบ้านใหม่ อยู่ในเมืองมากกว่า ใกล้ระบบขนส่งและสาธารณูปโภคมากกว่า ก็อย่ามัวแต่หลงความงามเลยค่ะ เพราะอยากทำให้บ้านใหม่ ก็เพียงแต่ทาสีใหม่เท่านั้นแหละ แต่อยากได้ทำเลใหม่นี่ต้องซื้อใหม่อย่างเดียวเลย

2. เลือกบ้านสวยแต่ชุมชนและสภาพแวดล้อมแย่

     อย่าลืมสำรวจบ้านอื่นๆรอบข้าง หรือสิ่งแวดล้อมในระแวกใกล้เคียงนั้นด้วยว่ามีสภาพความเป็นอยู่อย่างไร ทั้งความสะอาดและลักษณะของเพื่อนบ้านใกล้เคียง นอกจากนั้นสภาพชุมชนรอบข้างที่แย่ก็อาจทำให้มูลค่าบ้านลดลง อีกทั้งในภายหลังเมื่อย้ายมาอยู่ ก็อาจต้องเจอปัญหาอีกสารพัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทางเข้าออก ความปลอดภัย และสภาพจิตใจของทุกคนในครอบครัว

3. หลีกเลี่ยงการซื้อจากนายหน้า

    นายหน้ามืออาชีพมักจะเป็นผู้แนะนำผู้จะขายว่าราคาขายที่เหมาะสมควรเป็นอย่างไร ไม่สูงเวอร์หรือต่ำเกินไป ข้อดีของการซื้อผ่านนายหน้าก็คือนายหน้าจะช่วยอำนวยความสะดวกในการซื้อขายให้เราทั้งหมด ช่วยดูแลความเรียบร้อยของบ้าน และที่สำคัญการซื้อผ่านนายหน้าก็ต่อราคาได้

4. อย่ารีบร้อนเกินไป ใจเย็นที่สุด

     อย่าตัดสินใจซื้อทันทีที่ชอบ แม้ว่าจะเป็นการซื้อบ้านเพียงหลังเดียว แต่ก็ควรจะเลือกบ้านที่ดีที่สุด จากบ้านจำนวนมากหลังที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ให้ระลึกไว้เสมอว่ายิ่งมีบ้านให้เลือกมากเท่าใด ก็จะยิ่งเกิดประโยชน์กับผู้ซื้อมากขึ้นเพียงนั้น

5. ซื้อบ้านไม่รู้ประวัติ

     ก่อนจะซื้อควรหาโอกาสไปคุยกับเพื่อนบ้านดูสักหน่อยว่าเจ้าของบ้านเดิมเป็นใคร เคยมีเหตุการณ์สยองขวัญในบ้านหรือคอนโดห้องดังกล่าวหรือไม่ หากมารู้เอาภายหลังเมื่อซื้อมาแล้ว อาจทำให้อยู่ไม่เป็นสุขกันล่ะคราวนี้

6. ไม่สอบถามเรื่องค่าสาธารณูปโภคค้างจ่ายจากเจ้าของเก่า

     ข้อนี้ให้พูดคุยสอบถามกันให้ชัดเจนก่อนซื้อ กฎหมายกำหนดให้ผู้ขายต้องมีหนังสือรับรองยืนยันปลอดภาระหนี้จากนิติบุคคล หากไม่มีต้องตกลงกันให้ชัดเจนก่อนว่าใครจะเป็นผู้รับภาระ  และจะต้องชำระก่อนการโอนด้วย เพื่อให้ได้หนังสือรับรองดังกล่าวมาเป็นส่วนประกอบการโอน

7. ไม่สอบถามผู้เชี่ยวชาญ และเชื่อแต่ตัวเอง

    ถ้าเกิดข้อสงสัยขึ้นมาเมื่อไหร่ อย่าด่วนตัดสินใจเรื่องหนึ่งเรื่องใดไปเป็นอันขาด ให้ถามหรือใช้บริการผู้เชี่ยวชาญเสมอ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ล้วนอยู่ใกล้ตัวท่านอยู่แล้ว เช่น ผู้ประเมินราคา ช่างก่อสร้าง เจ้าหน้าที่สินเชื่อ หรือนักกฎหมาย ฯลฯ ที่ต้องทำอย่างนี้เพราะปกติแล้วต้นทุนในการใช้บริการผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ เมื่อเทียบกับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากความผิดพลาด น้อยกว่ากันลิบลับอย่างเทียบกันไม่ติดเลย

8. คิดเรื่องซ่อมหลังซื้อ

     คนส่วนใหญ่มักคิดเรื่องการซ่อมแซม หลังจากที่ซื้อบ้านมาแล้ว ซึ่งที่ถูกต้องแล้วการซ่อมแซม ควรเป็นประเด็นที่ต้องมีการหยิบยกมาพิจารณาก่อนที่คิดจะซื้อบ้านเสมอ เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยให้การลงทุนมีความปลอดภัย และช่วยประหยัดงบในการลงทุน เนื่องจากการประมาณการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมล่วงหน้า จะทำให้ทราบถึงต้นทุนแท้จริงในการลงทุน และสามารถหยิบยกข้อมูลเหล่านี้มาใช้ในการต่อรองราคาซื้อบ้านให้ต่ำลงได้เป็นอย่างดี

9. ให้ความสำคัญกับวัสดุ มากกว่าช่างซ่อมบ้าน

     การเลือกใช้ช่างก่อสร้างกับการเลือกใช้วัสดุก่อสร้าง ถ้าเลือกใช้ของดีทั้งคู่ ก็จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก แต่ถ้าจำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เนื่องจากมีงบประมาณจำกัด ดังนั้นควรจะให้น้ำหนักความสำคัญสิ่งไหนมากกว่ากันจึงจะดี กรณีแบบนี้คำตอบง่ายๆคือ ต้องเน้นที่ช่างก่อสร้างที่มีฝีมือ เป็นสำคัญ โดยวัสดุก่อสร้างขอให้ถือเป็นเรื่องรอง ที่ต้องทำอย่างนี้เพราะช่างที่มีฝีมือ สามารถช่วยแก้ปัญหาตำหนิหรือความไม่สวยงามที่เกิดจากวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างได้ แต่ถ้าใช้ช่างที่ไม่มีฝีมือและขาดความชำนาญเมื่อไหร่ แม้จะใช้วัสดุก่อสร้างดีแค่ไหนก็ตาม ก็ไม่วายต้องเจอปัญหาเปลืองค่าใช้จ่าย และทำให้บ้านขาดความสวยงามได้

10. ไม่ดูสัญญาให้ดีก่อนตกลงซื้อขายบ้านหรือคอนโดมือสอง

     สัญญาจะซื้อจะขายเป็นเรื่องสำคัญ ระหว่างผู้จะซื้อกับผู้จะขาย ต้องดูเรื่องการวางเงินมัดจำ ค่าปรับหรือเรื่องการผิดสัญญาของแต่ละฝ่ายให้ดี เพราะหากไม่รัดกุม เมื่อคนขายได้ผู้ซื้อรายใหม่ที่ให้ราคาดีกว่า เขาอาจยกเลิกสัญญาไปเสียดื้อๆ ก็ได้ และที่สำคัญ เรื่องค่าใช้จ่ายในการทำนิติกรรม ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ และภาษีเงินได้ ใครจะเป็นผู้ออก

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : home.co.th
ภาพจาก : pinterest