หย่าร้าง แต่กู้บ้านร่วมกันจะทำอย่างไรดี

เข้าชม 521
อัพเดท : 23 ธ.ค 58

หย่าร้าง แต่กู้บ้านร่วมกันจะทำอย่างไรดี

1223-01

     หลายครอบครัวอาจจะมีปัญหาแบบนี้ใช่ไหมคะ เมื่อตกลงกู้ร่วมซื้อบ้าน แต่ยังผ่อนไม่ทันหมดก็มามีปัญหาการหย่าร้างเสียก่อนนี่สิ ทำเอากลุ้มกันเลยทีเดียว หลายคู่มักจะมีปัญหาถกเถียงกันอยู่บ่อยๆ ว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนของเงินกู้ส่วนนี้ แต่วันนี้ไม่ต้องถกเถียงกันอีกแล้วค่ะ เพราะเราจะพาไปทำความเข้าใจกัน

     อย่างแรกที่ต้องเข้าใจก็คือบ้านนั้นต้องส่งต่อไป ห้ามหยุดเด็ดขาดเพราะดอกเบี้ยเงินกูของบ้านนั้นเดินไปเรื่อยไม่หยุดตามความรักและการหย่าร้างที่เกิดขึ้น ยิ่งไม่ส่งนานเท่าไหร่เงินค่าบ้านก็จะเพิ่มขึ้นมาเท่านั้น แถมเครดิตเรื่องการชำระหนี้ของทั้งคู่อาจจะย่ำแย่ไปจนถึงการขึ้น blacklist เลยด้วยซ้ำ บางคนที่มีการฟ้องร้องเพื่อการหย่าก็อาจจะทำการแบ่งทรัพย์สินและหนี้สินกันตั้งแต่ในชั้นศาลก็อาจจะไม่มีปัญหาในเรื่องนี้มากนัก แต่ผู้ที่หย่ากันนอกศาลนั่นแหล่ะที่ต้องทำความเข้าใจกันให้ดีว่าใครจะเป็นผู้จ่ายกันแน่ หรือจะทำการจ่ายรวมกันต่อไปเพื่อเก็บบ้านไว้ให้ลูกก็ได้

     หากคู่แต่งงานที่ทำสัญญากู้ซื้อบ้านร่วมกัน ผู้ที่มีชื่ออยู่ด้านหลังของโฉนดเท่านั้นซึ่งจะมีสิทธิ์ในบ้านหลังนั้น ซึ่งการส่งบ้านจะไม่ยุ่งยากเลยถ้าหากตกลงกันได้ว่าผู้ที่จะจ่ายเงินส่งบ้านต่อไปนั้นจะเป็นคนเดียวกันกับชื่อที่มีอยู่บนโฉนดที่ดินของบ้านนั่นเอง สิ่งที่ต้องทำก็คือการไปติดต่อธนาคารที่ขอเงินมากู้ซื้อบ้านและเปลี่ยนจากการกู้ซื้อบ้านร่วมกัน มาเป็นชื่อของฝ่ายที่ต้องจ่ายเงินส่งบ้านฝ่ายเดียวนั่นเอง

     ซึ่งทางธนาคารก็จะทำการพิจารณาเอกสารการหย่าร้าง ที่มาของรายได้ ความสามารถในการชำระหนี้และประวัติการชำระหนี้สินที่ผ่านมาของผู้ที่ต้องชำระหนี้สินต่อไป และค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระก็ยังคงเป็นจำนวนเดิมเหมือนการส่งก่อนหน้านี้เพียงแต่ชื่อในสัญญาจะเหลือเพียงชื่อเดียวเท่านั้นเอง แต่อย่างไรก็ต้องตกลงกันให้ดีก่อนนะ เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ ปัญหาก็จะตามมาภายหลังได้นั่นเอง ซึ่งผู้ที่จะต้องรับผิดชอบก็คือคุณทั้งคู่ แต่ถ้าชื่อผู้ที่มีชื่ออยู่ด้านหลังของโฉนดนั้นไม่ได้เป็นผู้ที่ชำระค่าบ้าน แต่เป็นอีกคนหนึ่งนั้น สิ่งที่ต้องทำก็คือ การไปติดต่อของเปลี่ยนผู้ถือกรรมสิทธิ์โฉนดที่ดินก่อนและไปติดต่อธนาคารที่ขอเงินมากู้ซื้อบ้านและเปลี่ยนจากการกู้ซื้อบ้านร่วมกันมาเป็นชื่อของฝ่ายที่จะส่งบ้าน เช่นเดียวกันกับที่กล่าวไปเมื่อกี้นั่นเอง แบบนี้ก็สามารถทำได้เหมือนกันนะ แถมยังเป้นสิทธิ์ขาดอีกด้วย ว่าบ้านจะเป็นของใคร และคนนั้นก็จะรับผิดชอบจ่ายเองทั้งหมด ซึ่งก็จะไม่มีปัญหาเรื่องบ้านตามมาแน่นอน หรือถ้าหากตกลงขายบ้านนั้นจะต้องดูว่าเป็นบ้านที่มีก่อนแต่งงานหรือหลังแต่งงาน ถ้าหากเป็นบ้านที่มีมาก่อน กำไรก็ต้องเป็นของเจ้าของบ้าน แต่ถ้าเป็นบ้านที่ซื้อหลังแต่งงานนั้นกำไรจะถูกถือว่าเป็นสินสมรสที่ต้องแบ่งกันคนละครึ่งนั่นเอง

     ใครที่ต้องการหย่าและไม่ต้องการบ้านหลังนี้กันแล้ว ก็อาจจะตัดสินใจขายบ้านเสียเลย แต่ก็อย่าลืมว่าต้องแบ่งเงินกันคนละครึ่งด้วยนะ แต่ในกรณีที่บ้านยังผ่อนกู้ไม่หมด ก็คงจะขายได้ยากเสียหน่อย เพราะคงไม่มีใครอยากจะมาซื้อบ้านที่ยังติดหนี้อยู่หรอก นอกเสียจากว่าคุณจะขายแล้วนำเงินไปปิดหนี้ตรงนี้ซะ แค่นี้ก็เรียบร้อย สบายใจได้ทั้งตัวคุณเองและผู้ซื้อเลย

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : moneyhub
ภาพจาก : singaporedivorcelawyer