5 เรื่องที่ไม่ควรพลาดเมื่อต้องเช่าบ้าน

เข้าชม 859
อัพเดท : 16 ก.พ. 59

5 เรื่องที่ไม่ควรพลาดเมื่อต้องเช่าบ้าน

12

หลายคนที่กำลังมองหาที่อยู่ใหม่ แต่ยังไม่อยากซื้อด้วยเหตุผลหลายประการ จึงเลือกที่จะไป “เช่า” แทนการซื้อบ้าน ซึ่งการเช่าบ้านนั้นแม้จะยุ่งยากน้อยกว่า แต่ก็ยังมีข้อสำคัญหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้ ทั้งการเลือกตำแหน่งบ้านเช่าและการอ่านสัญญาเช่าซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละที่ สำหรับผู้เช่ามือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเช่าบ้านหลังแรกมีเรื่องสำคัญหลักๆ

5 เรื่องที่ไม่ควรพลาดเมื่อต้องเช่าบ้าน

  1. อย่า! อ่านสัญญาเช่าแบบผ่านๆ

                หัวใจสำคัญของการเช่าบ้านคือสัญญาเช่าที่ทำขึ้นระหว่าง 2 ฝ่าย ซึ่งเจ้าของบ้านหรือนายหน้าจะเป็นผู้ร่างสัญญาเช่าขึ้นมา ทั้งนี้ผู้เช่าควรอ่านและทำความเข้าใจสัญญาเช่าอย่างถี่ถ้วน ไม่ควรอ่านแบบผ่านๆแล้วลงลายเซ็นทันที เพราะเมื่อลงลายเซ็นไปแล้วก็เท่ากับว่าเราตกลงในทุกข้อของสัญญาฉบับนั้น หากทำผิดสัญญาก็ถือว่าผิดตามกฎหมายทันที

  1. อย่า! ตอบตกลงถ้ายังไม่เห็นบ้าน

                แนะนำว่าให้เข้าไปดูสภาพภายในบ้านของจริงในแน่ใจก่อนค่อยตัดสินใจ เพราะเพียงรูปภาพยังไม่สามารถตัดสินอะไรได้ นอกจากนี้ขนาดและ layout ของบ้านยังเป็นจุดสำคัญที่ต้องคำนึงว่า ของและเฟอร์นิเจอร์ที่เรามีสามารถเอาเข้าไปได้หมดหรือไม่ จะจัดวางอย่างไร ดังนั้นอย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจหากยังไม่ได้เห็นบ้านเช่าจริง

  1. อย่า!โกหกเจ้าของบ้าน

                จริงๆแล้วข้อนี้เป็นพฤติกรรมอันควรประพฤติปฏิบัติกันอยู่แล้ว แต่บางคนมักจะชอบบอกข้อมูลเท็จแก่เจ้าของบ้าน เช่น โกหกเงินเดือนให้ดูเยอะ เพื่อให้เจ้าของบ้านยอมให้เช่า ซึ่งจริงๆแล้วการถามรายได้เป็นการประเมินเบื้องต้นว่าเราจ่ายค่าเช่าไหวหรือไม่ ถ้าเจ้าของประเมินแล้วว่าไม่น่าจะไหว เราก็ควรหาที่เช่าแห่งใหม่ที่ถูกกว่านี้ เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาทั้งผู้เช่าและเจ้าของบ้านทั้ง 2 ฝ่ายในภายหลัง

  1. อย่า! ทำสัญญาปากเปล่า

                บางครั้งระหว่างผู้เช่าและเจ้าของบ้านเองก็อาจจะมีข้อตกลงกันนอกเหนือจากในสัญญาเช่า เช่น การลดค่าเช่าในช่วงระยะเวลาหนึ่ง, การปรับเพิ่มค่าเช่าหลังจาก 1 ปี เป็นต้น ซึ่งไม่ว่าเป็นการสัญญาเรื่องเล็กหรือใหญ่แค่ไหน ก็ควรเขียนเอาไว้ให้เป็นลายลักษณ์อักษร และเซ็นชื่อกำกับด้วยทุกครั้ง เพื่อเป็นหลักฐานเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา

  1. อย่า! อยู่ไปเรื่อยๆโดยไม่ได้วางแผนที่อยู่ใหม่

                การเช่าคือการอยู่อาศัยแบบชั่วคราว ไม่ได้ถาวรตลอดไปเหมือนซื้อบ้านอยู่เอง ซึ่งหากหมดสัญญาเช่าเมื่อไหร่ เจ้าของบ้านก็มีสิทธิ์ขึ้นค่าเช่าหรือไม่ต่อสัญญาเช่าก็ได้ ดังนั้นก่อนหมดสัญญาเช่าประมาณ 2-3 เดือน ควรวางแผนหาที่ใหม่สำรองไว้ เผื่อเหตุฉุกเฉินเมื่อไม่ได้อยู่ที่เดิม

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : terrabkk

ภาพจาก : freeimages