บีทีเอส ควง แสนสิริ รุกอสังหาฯ 5 ปีผุด 25 โครงการ

เข้าชม 192
อัพเดท : 23 ธ.ค 59

บีทีเอส ควง แสนสิริ รุกอสังหาฯ 5 ปีผุด 25 โครงการ

นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บมจ. บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (บีทีเอส) เปิดเผยว่า บริษัทจะรุกขยายการลงทุนอสังหาฯทั้งเพื่อขาย และเช่า ซึ่งจะเป็นต่อยอดการพัฒนาอสังหาฯตามแนวรถไฟฟ้าที่บีทีเอส ล่าสุดบริษัทชนะการประมูลรถไฟฟ้าอีก 2 สายคือ สายสีเหลือง และสายสีชมพู ระยะทาง 65 กิโลเมตร (กม.) ซึ่งสร้างโอกาสการพัฒนาอสังหาฯเพิ่มมากขึ้น

"ในอนาคตเราอยากให้รายได้จากธุรกิจอสังหาฯ เพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ได้กำหนดแน่ชัดว่าเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ โดยในปัจจุบันรายได้อสังหาฯมีสัดส่วนน้อยมากราว 10% โดยรายได้หลักยังมาจากการให้บริการเดินรถไฟฟ้า"

ทั้งนี้ ได้พิจารณาเพิ่มงบซื้อที่ดินใหม่ ของบริษัทร่วมทุนระหว่างบีทีเอส และบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ในช่วง 5 ปี (ปี 2558-2562) อีก 2 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่ดินที่มีอยู่แล้วมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท รวมเป็น 3 หมื่นล้านบาท เพื่อเพิ่มจำนวนที่ดินรองรับการพัฒนาโครงการอสังหาฯของบริษัทร่วมทุนกับบมจ. แสนสิริ หลังจากลงทุนขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการในอนาคต คาดว่าจำนวนการเปิดโครงการของบริษัทร่วมทุนแสนสิริ จะทำได้มากกว่าที่ตั้งไว้ 25 โครงการ และมูลค่าโครงการรวมคาดว่าจะมากกว่า 1 แสนล้านบาท หลังปัจจุบันบริษัทร่วมทุนได้เปิดโครงการไปแล้วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งหมด 8 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 3 หมื่นล้านบาท

"เราต้องการเก็บสะสมแลนด์แบงก์ให้มากขึ้น เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการในอนาคต หลังจากบีทีเอสได้รถไฟฟ้าสายใหม่อีก 2 สายเพิ่มมา ทำให้เรามีระยะทางการเดินรถเพิ่มขึ้นอีก 65 กิโลเมตร จึงได้ตัดสินใจเพิ่มงบซื้อที่ดิน และมองถึงโอกาสของราคาที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าปรับเพิ่มขึ้น หลังรถไฟฟ้าเริ่มพัฒนาแล้ว นอกจากนี้ในอนาคตก็จะยังมีโอกาสทำโครงการแนวราบ หรือดึงแสนสิริเข้าไปร่วมทุนในที่ดินที่บริษัทเป็นเจ้าของ" นายคีรี กล่าว

นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2560 บริษัทเปิดโครงการคอนโด ภายใต้บริษัทร่วมทุนระหว่างบีทีเอสแสนสิริ อีก 5 โครงการ ซึ่งมีที่ดินรองรับการพัฒนาทั้งหมดแล้ว และเป็นโครงการที่อยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า โดยปัจจุบันมีโครงการที่ได้เปิดไปแล้วทั้งหมด 8 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 3 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้บริษัทคาดว่าภายในอีก 18 เดือน จะเห็นความชัดเจนของแผนการพัฒนาโครงการแนวราบของบริษัทร่วมทุนระหว่างบีทีเอส-แสนสิริ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาและมองหาซื้อที่ดิน โดยบริษัทมองว่าการพัฒนาโครงการแนวราบอาจจะต้องพัฒนาในทำเลรอบนอกกรุงเทพฯ ซึ่งจะต้องเป็นทำเลที่มีรถไฟฟ้าเข้าถึง และกลุ่มลูกค้าที่สนใจซื้อโครงการแนวราบส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่ต้องการพักอาศัยออกมาในทำเลรอบๆ กรุงเทพฯ

ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์

 

บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูข่าวทั้งหมด »