ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เตรียมผุด10โครงการ กว่า 4พันล.

เข้าชม 155
อัพเดท : 10 ม.ค. 60

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เตรียมผุด10โครงการ กว่า 4พันล.

นายไชยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN กล่าวว่า แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้จะฟื้นตัวเล็กน้อย ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการขยายตัวของจีดีพีของประเทศที่ 3.3-3.8% ด้านกำลังซื้อของผู้บริโภคในปี 2560 น่าจะปรับตัวดีขึ้น จากทิศทางของหนี้ครัวเรือนเริ่มลดลง ขณะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับตัวของราคาพืชผลการเกษตร เช่น ยางพารา อ้อย และมันสำปะหลัง เริ่มสูงขึ้น ทำให้กำลังซื้อผู้บริโภคดีขึ้น ส่งผลดีต่อการขยายตัวของตลาดอสังหาฯ คาดว่าในปีนี้ตลาดจะขยายตัวได้ในระดับ 3-5%

สำหรับภาพรวมของตลาดอสังหาฯ ในปีนี้ แม้จะมีทิศทางการขยายตัวตามจีดีพี แต่การแข่งขันก็สูงตามไปด้วย โดยเฉพาะในตลาดคอนโดมิเนียมระดับล่างราคา 1-2 ล้านบาท ที่อยู่ นอกแนวรถไฟฟ้า เพราะในบางทำเลยังมีซัปพลาย ตกค้างในอยู่จำนวนมาก ทำให้ปีนี้ผู้ประกอบการคอนโดฯ จะมีการเร่งระบายสต๊อก เช่นเดียวกับโครงการระดับบนในย่านศูนย์กลางธุรกิจ(CBD) ที่แข่งขันสูงและทำตลาดยาก เพราะระดับราคาขายแพง ลูกค้ากำลังซื้อไม่ถึง โดยเฉพาะคอนโด 300,000-400,000 บาทต่อตารางเมตร (ตร.ม.)

"ปีนี้จะไม่มีโครงการที่เปิดขายและปิดการขายในวันเดียวเกิดขึ้น ตลาดเก็งกำไรจะซบเซา หรือ แทบไม่เกิดขึ้นได้เลย เพราะคอนโดฯ จะเหนื่อยหนัก สิ่งสำคัญในปีนี้ ผู้ประกอบการต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จับสินค้าให้ถูกต้อง คุมต้นทุนการก่อสร้างและที่ดินให้ดี"

ดังนั้น ในปีนี้ ลลิลฯ จึงมุ่งจับกลุ่มเรียลดีมานด์ ในตลาดที่ยังมีช่องว่าง และคุมต้นทุนการก่อสร้างและสภาพคล่องการเงิน พร้อมกับขยายฐานลูกค้าในตลาดเรียลดีมานด์ โดยมีแผนจะเปิดตัวโครงการในปีนี้รวม 8-10 โครงการมูลค่า รวม 4,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้ายอดขายเติบโต 15% หรือมีตัวเลขอยู่ที่ 3,600 ล้านบาท และมียอดรับรู้รายได้ในปีนี้ 3,100 ล้านบาท

นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า ในปีนี้ จะยังคงเน้นพัฒนาสินค้าในกลุ่มระดับราคา 1-2 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ ไลโอ (ทาวน์โฮม) และกลุ่มสินค้าระดับราคา 3-6 ล้านบาท แบรนด์ แลนด์ซิโอ (บ้านเดี่ยว) พร้อมวางเป้าขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น โดยมีแบรนด์ ลลิล ทาวน์ ที่มีทั้งแบรนด์ แลนซีโอ และไลโอ รวมในโครงการเดียวกัน เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าให้กว้างขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้า เจน Z เจนY และเจน X เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : ผู้จัดการรายวัน 360 องศา

ภาพ : มติชนออนไลน์

 

บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูข่าวทั้งหมด »