เวิลด์ รุกธุรกิจอสังหาฯ ปีนี้ตั้งงบ 2,000 ล้าน

เข้าชม
อัพเดท : 17 เม.ย. 60

เวิลด์ รุกธุรกิจอสังหาฯ ปีนี้ตั้งงบ 2,000 ล้าน

หวังกลับเทรด หลังจาก เข้ากลุ่มฟื้นฟู 13 ปี

เวิลด์ คอร์ปอเรชั่นรุกธุรกิจอสังหาฯเป็นรายได้หลัก ปีนี้จัดสรรงบไว้ 2,000 ล้าน รองรับการเข้าลงทุนนิคมอุตสาหกรรม-ซื้อโครงการอสังหาฯเพื่อขาย มั่นใจรายได้งวดปี 60 เข้าเป้า 1,000 ล้านตามเป้า หวังกลับเข้าเทรดในกระดานหลักหลังจากเข้ากลุ่มฟื้นฟู 13 ปี

นายจิรศักดิ์ จิยะจันทน์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวิลด์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) WORLD กล่าวว่า บริษัทได้ปรับโครงสร้างรายได้ โดยมีรายได้หลักมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก และรายได้ อื่นๆ ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจการศึกษา, โรงพยาบาล และพลังงานทดแทน ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามที่สำนักงานก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์แนะนำ เพื่อให้บริษัทสามารถกลับเข้ามาซื้อขาย ในกระดานปกติได้ หลังจากที่มีคุณสมบัติ ครบถ้วนตามที่หน่วยงานกำหนด

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าจะสามารถกลับเข้ามาซื้อขายได้เมื่อใด แต่ในส่วนของคุณสมบัตินั้น มั่นใจว่า ค่อนข้างครบถ้วน ล่าสุดมีผลการดำเนินงานเป็นกำไรติดต่อกัน 4 ไตรมาส

เมื่อปี 2556 บริษัทในฐานะกลุ่มทุนใหม่ ได้เข้ามาซื้อธุรกิจ บริษัท พันธุ์สุกรไทยเดนมาร์คจำกัด (มหาชน) D-MARK ซึ่งเข้าแผนฟื้นฟูกิจการตั้งแต่ปี 2549

เขากล่าวว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่จะเป็นรายได้หลักนั้น บริษัทจะเน้นพัฒนาอสังหาฯ 2 ประเภทหลัก ประกอบด้วย นิคมอุตสาหกรรม และอสังหาฯที่อยู่อาศัย ซึ่งในส่วนของนิคมอุตสาหกรรมนั้น ล่าสุดบอร์ดมีอนุมัติให้เข้าถือหุ้นบริษัท ไทย บอนเนต เทรดดิ้ง โซน จำกัด ในส่วน 100% มูลค่าเงินลงทุนรวม 296.44 ล้าน ซึ่งถือใบอนุญาตนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ มูลค่าโครงการ 3,300 ล้านบาท โดยบริษัทจะมีรายได้จากการบริหารตามสัญญาร่วมดำเนินงานโครงการนิคมอุตสาหกรรมประมาณ 30 ปี

และอนุมัติให้เข้าถือหุ้น บริษัท ซับเบิร์บ เอสเต็ท จำกัด ในสัดส่วน 100% มูลค่าเงินลงทุนรวม 592.70 ล้านบาท ซึ่งถือใบอนุญาตนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ (ลำพูน2) มูลค่าโครงการประมาณ 2,000 ล้านบาท และมีรายได้จากการบริหารตามสัญญาร่วมดำเนินการโครงการนิคมอุตสาหกรรมประมาณ 30 ปี ระยะเวลาในการพัฒนาโครงการ 2560-2563

ขณะเดียวกัน ยังได้อนุมัติให้บริษัท เวิลด์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้าซื้อโครงการคอนโดมิเนียม IB Grand Hatyai 1 มูลค่าเงินลงทุน 160.73 ล้านบาท , ซื้อโครงการคอนโดมิเนียม IB Grand Hatyai 2 มูลค่าเงินลงทุน 139.27 ล้านบาท และซื้อโครงการคอนโดมิเนียม IB Place มูลค่าเงินลงทุน 50 ล้านบาท

เขากล่าวว่า การรุกเข้าสู่ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม เพื่อทำให้บริษัทมีรายได้ประจำและต่อเนื่อง ส่วนการซื้อโครงการคอนโดมิเนียมเพื่อขาย จะทำให้บริษัทมีการรับรู้ยอดขายเข้ามาอย่างรวดเร็ว เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายธุรกิจต่อไป โดยปี 2560 บริษัทจัดสรรงบลงทุนไว้ 2,000 ล้านบาท สำหรับการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และมีการศึกษาโครงการที่เข้าลงทุนและซื้อกิจการเพิ่มอีก อย่างไรก็ตาม หากได้รายละเอียดเพียงพอจะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการต่อไป

"สาเหตุที่มาทำนิคมอุตสาหกรรม ก็เพราะมองว่าจะสามารถต่อยอดได้อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยเพื่อขาย เพื่อเช่า หรือพัฒนาเป็นสำนักงานให้เช่า โรงพยาบาล และคอมมูนิตี้มอล  อีกทั้งยังสามารถขยายไปสู่ธุรกิจผู้ให้บริการสาธารณูปโภคพื้นฐานได้อีกด้วย" สำหรับภาพรวมผลประกอบการงวดปี 2560 (1มิ.ย.59-31 พ.ค.60) เชื่อว่ารายได้รวมจะอยู่ที่ 1,000 ล้านบาทตามเป้าหมาย โดยงวด 6 เดือนปี2560 (1มิ.ย.59-30พ.ย.59) มีรายได้รวม 416.84 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 121.31 ล้านบาท

ขอบคุณข้อมูลจาก :  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ