CI ปลื้มคอนโดฯ 'ทิวทะเล' ยอดขายพุ่ง

เข้าชม
อัพเดท : 17 ก.ค. 60

CI ปลื้มคอนโดฯ 'ทิวทะเล' ยอดขายพุ่ง

นายดิฐวัฒน์ อิสสระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด ในเครือบริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด(มหาชน) หรือ CI กล่าวถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในชะอำว่า ยังเติบโตและมีความมั่นคงตลอดเวลา สินค้าทุกระดับราคาสามารถทำยอดขายได้ เนื่องจากคนไทยเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัย ขณะที่ราคาขายจะขยับขึ้นปีละ 10% และจะพบว่า ที่ดินติดทะเลราคาประเมินต่ำกว่า 20-30 ล้านบาท/ไร่ แต่กลับพบว่า ราคาขายในท้องตลาดสูงกว่า 1 เท่าตัว ส่วนโครงการที่ไม่ได้ตั้งอยู่ติดทะเลในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ยังมีสต๊อกเหลือขายบ้าง ขณะเดียวกันในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาเริ่มมีซัปพลายใหม่เข้ามาในตลาดน้อย เพราะที่ดินติดชายหาดเริ่มหาได้ยากมากขึ้น ในขณะที่ลูกค้าส่วนใหญ่ชอบซื้อโครงการที่อยู่ติดทะเล

สำหรับโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ ทิวทะเล ในชะอำยังเปิดการขายอยู่ โดยพัฒนาภายใต้บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด มี 3 เฟส ได้แก่ เฟส 1 บ้านทิวทะเล อความารีน มียอดขายแล้ว 95% เฟส 2 บ้านทิวทะเล บลูแซฟไฟร์ มียอด ขาย 70% และเฟส 3 บลู มียอดขาย 45% โดยกว่า 60-70% ลูกค้าตัดสินใจซื้อด้วยเงินสด และเกือบ 90% ซื้อเพื่ออยู่อาศัยสำหรับพักผ่อนในช่วงหวัดหยุด โดยไม่มีการปล่อยเช่าแต่อย่างใด และด้วยราคาสินค้าของบริษัททุกโครงการจะเน้นลูกค้าระดับกลาง-บน จึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องยอด ถูกปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงิน (Reject) จะมีก็เพียงโครงการ "อิซซี่ คอนโด สุขสวัสดิ์ เท่านั้น ที่เป็นคอนโดฯราคา 1.69-5.1 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 90% จะประสบปัญหาไม่ผ่านการพิจารณาสินเชื่อจากสถาบันการเงินในสัดส่วนไม่ถึง 10%

ด้านโรงแรมบาบา บีช คลับ หัวหิน ขณะนี้ อยู่ในระหว่างการก่อสร้างจำนวน 18 ห้องพัก โดย จะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในเฟสแรกนี้ภายในเดือนตุลาคม 2560นี้ ซึ่งราคาจะอยู่ที่ 12,000-22,000 บาท/คืน ส่วนพูลวิลลาริมหาด "บาบาบีช คลับ เรสซิเดนซ์" จำนวน 11 หลัง ที่เปิดขายราคา 43.4-83 ล้านบาท ขณะนี้มียอดขายแล้ว 5 หลัง ทั้งนี้เมื่อขายหมดทั้ง 11 หลัง ลูกค้าสามารถเข้าโปรแกรมบริหารการเช่ากับทางโรงแรมได้นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการออกแบบเพื่อเตรียมก่อสร้างในส่วนของโรงแรมเพิ่มเติมในรูปแบบของอาคารสูง 11 ชั้นๆละ 6 ห้องพัก รวม 66 ห้อง

ในส่วนของที่ดินบริเวณหน้าโครงการทิวทะเลที่จัดซื้อมาเพิ่มอีก 20 ไร่นั้น นายดิฐวัฒน์ กล่าวว่า ในเบื้องต้นอาจนำพื้นที่ประมาณ 10 ไร่มาพัฒนาในส่วนของพื้นที่ค้าปลีก ซึ่งมีแนวคิดที่จะพัฒนาเป็นจุดแวะพักและปั๊มน้ำมันที่สวยที่สุดในเอเชีย ขณะนี้อยู่ในระหว่างการออกแบบ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในปี 2561 และแล้วเสร็จภายใน 1 ปี

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน 360 องศา

บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูข่าวทั้งหมด »