SC โชว์ยอดขายครึ่งปีแรกโต 44% เดินหน้าเปิดอีก 9 โครงการ

เข้าชม
อัพเดท : 07 ส.ค. 60

SC โชว์ยอดขายครึ่งปีแรกโต 44% เดินหน้าเปิดอีก 9 โครงการ

“เอสซี” โชว์ยอดขายครึ่งปีแรก 7,493 ล้านบาท โตทะลัก 44% มั่นใจยอดขายปีนี้มาตามนัด 16,000 ล้านบาท เดินหน้าเปิดอีก 9 โครงการ มูลค่ารวม 11,450 ล้านบาทในช่วงครึ่งปีหลัง ย้ำรายได้ปีนี้พุ่ง 14,800 ล้านบาท

นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ บริษัทมียอดขาย (Presale) รวม 7,493 ล้านบาท เติบโต 44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจากโครงการแนวราบ 4,491 ล้านบาท เติบโต 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคอนโดมิเนียม 3,002  ล้านบาท เติบโต 137% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาสื่อออนไลน์มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งมียอดขายจากสื่อออนไลน์เพิ่มเป็น 30% จากปี 2558 ที่มียอดขายจากสื่อออนไลน์ที่ 14% ดังนั้นทำให้ค่าใช้จ่ายทางการตลาดลดลง 5 เท่า จากสื่อสิ่งพิมพ์ (Traditional media) ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายการตลาดต่อยอดขายรวมลดลง

ขณะที่บริษัทคาดว่าอัตรากำไรสุทธิ (Net Margin) ในปีนี้มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จากสิ้นปีก่อนที่ 13.57% เนื่องจากต้นทุนทางการตลาดลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 2% ของยอดขาย จากเดิม 3-4% ของยอดขาย เพราะบริษัทใช้ช่องทางการโฆษณาผ่านออนไลน์มากขึ้น

สำหรับยอดขายในปีนี้บริษัทยังมั่นใจจะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 16,000 ล้านบาท ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่รวม 9 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 11,450 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบทั้งหมด

ส่วนโครงการที่จะเปิดตัวในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ได้แก่ โครงการเดอะ เจนทริ พระราม 9 ราคาขายเริ่มต้นที่ 30 ล้านบาท, โครงการภายใต้แบรนด์ Bangkok Boulevard จำนวน 5 ทำเล ประกอบด้วยทำเลรังสิต, สาทร-ราชพฤกษ์, ราชพฤกษ์-รัตนาธิเบศร์, แจ้งวัฒนะ และสาทร-ปิ่นเกล้า ราคาขายเริ่มต้นที่ 6-20 ล้านบาท, โครงการเพฟ  รามอินทรา-วงแหวน ราคาขายเริ่มต้นที่กว่า 4 ล้านบาท, โครงการเวิร์คเพลส แจ้งวัฒนะ ราคาขายเริ่มที่ 9 ล้านบาท และโครงการเวิร์ฟ เพชรเกษม 81 ราคาขายเริ่มต้นที่ 2.59 ล้านบาท

นายณัฐพงศ์ กล่าวอีกว่า บริษัทยังมีความกังวลเรื่องยอดปฏิเสธสินเชื่อของสถาบันการเงินจะเพิ่มขึ้นสูงต่อเนื่อง จากปัจจุบันได้สอบถามธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงเทพ มียอดปฏิเสธสินเชื่ออยู่ที่ระดับ 30-40% เนื่องจากความสามารถการก่อหนี้ใหม่ของบุคคลลดลง ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) สินเชื่อที่อยู่อาศัยปัจจุบันอยู่ที่ 3.23% และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมียอดปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคารอยู่ที่ประมาณ 10% ซึ่งยังทรงตัวจากปีก่อน

ทั้งนี้ บริษัทยังคงมั่นใจรายได้จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 14,800 ล้านบาท ซึ่งล่าสุดบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ในมือรวมมูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ในช่วงครึ่งปีหลังประมาณ 30% ส่วนที่เหลือจะรับรู้ในปีถัดไป

ปัจจุบันบริษัทมีสินค้าพร้อมโอน (สต๊อก) ในมือมูลค่ารวมประมาณ 6,000 ล้านบาท แบ่งเป็น จากโครงการแนวราบประมาณ 3,000 ล้านบาท และจากโครงการคอนโดมิเนียมประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะสร้างรายได้ทันทีหลังการขาย

"ปัจจุบันเรามีโครงการเพื่อขายรวมทั้งหมด 44 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 44,135 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการระหว่างการพัฒนา จำนวน 35 โครงการ ส่วนอีก 9 โครงการ จะเป็นโครงการที่เปิดใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ เราได้ปรับเพิ่มงบซื้อที่ดินปีนี้เพิ่มเป็น 9,100 ล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการใหม่ในปี 2561-2562 เราคาดว่าจะสามารถเปิดตัวโครงการได้ประมาณ 20-30 โครงการ มูลค่าขายโครงการประมาณ 25,000-28,000 ล้านบาท เพื่อสร้างรายได้ในอนาคต” นายณัฐพงศ์ กล่าว

ด้านแหล่งเงินทุนจะมาจากกระแสเงินสด การกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ซึ่ง ณ สิ้นไตรมาส 2/60 อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.5 เท่า และบริษัทมีนโยบายควบคุม D/E ไม่ให้เกินที่ระดับ 2 เท่า นอกจากนี้ บริษัทยังมีการออกหุ้นกู้อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงที่เหลือของปีนี้บริษัทมีแผนจะออกหุ้นกู้อีก 1,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนหุ้นกู้ชุดเดิมที่จะครบกำหนดอายุปีนี้ ซึ่งในปีนี้ได้ออกหุ้นกู้ไปแล้ว 3,400 ล้านบาท รวมปัจจุบันบริษัทออกหุ้นกู้แล้ว 9,500 ล้านบาท จากที่ขออนุมัติไว้ 10,000 ล้านบาท

 

ขอบคุณข้อมูลจาก :  หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูข่าวทั้งหมด »