'อนันดาฯ' ลั่นครึ่งปีหลังยอดโอนพุ่งเกือย 2 หมื่นล้าน เล็งเปิดอีก 8 โครงการใหม่

เข้าชม
อัพเดท : 13 ก.ย. 60

'อนันดาฯ' ลั่นครึ่งปีหลังยอดโอนพุ่งเกือย 2 หมื่นล้าน เล็งเปิดอีก 8 โครงการใหม่

TH03

“อนันดาฯ” ลั่นครึ่งปีหลังยอดโอนพุ่งกระฉูด 19,900 ล้านบาท หนุนรายได้ปีนี้โตเข้าเป้า 25,000 ล้านบาท เล็งเปิดอีก 8 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 16,000 ล้านบาท ดันยอดขายสิ้นปีนี้พุ่งแตะ 31,000 ล้านบาท

นายจอห์น เลสลี่ มิลลาร์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานพัฒนากลยุทธ์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN เปิดเผยว่า แนวโน้มยอดโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะอยู่ที่ประมาณ 19,900 ล้านบาท แบ่งเป็น ยอดโอนในช่วงไตรมาส 3/60 จำนวน 3,600 ล้านบาท และยอดโอนในไตรมาส 4/60 จำนวน 16,300 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทยังมั่นใจยอดโอนกรรมสิทธิ์ในปีนี้จะเติบที่ระดับ 25,000 ล้านบาท ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทมียอดโอนกรรมสิทธิ์แล้วกว่า 6,000 ล้านบาท ขณะที่ล่าสุดบริษัทมีมูลค่ายอดขายรอโอน (Backlog) ณ ครึ่งปีแรกอยู่ที่ 49,700 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ในครึ่งปีหลังประมาณ 16,300 ล้านบาท

“เรามั่นใจผลประกอบการปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมาย และในช่วงครึ่งปีหลังตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็ยังไปได้อยู่ ซึ่งแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังมีทิศทางที่ดี ประกอบกับในช่วงไตรมาส 4/60 จะมีการส่งมอบโครงการ Aston Asoke ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่” นายจอห์น กล่าว

ส่วนยอดขาย (Presale) ในปีนี้ บริษัทยังมั่นใจจะเติบโตอยู่ที่ระดับ 31,000 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทคาดจะสามารถทำยอดขายได้ที่ระดับ 15,500 ล้านบาท แบ่งเป็น ยอดขายในช่วงไตรมาส 3/60 ประมาณ 6,300 ล้านบาท และยอดขายในช่วงไตรมาส 4/60 ประมาณ 9,200 ล้านบาท

โดยในช่วงไตรมาส 3/60 บริษัทมีแผนจะเปิดขายโครงการแนวราบ จำนวน 3 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 3,000 ล้านบาท และในช่วงไตรมาส 4/60 บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ จำนวน 5 โครงการ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 13,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียม จำนวน 4 โครงการ และโครงการแนวราบ จำนวน 1 โครงการ

นายจอห์น กล่าวอีกว่า บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายจากโครงการแนวราบเป็น 20% ภายในระยะเวลา 1-2 ปีนี้ จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนยอดขายจากโครงการแนวราบอยู่ที่ประมาณ 10% ของพอร์ต และจะลดสัดส่วนยอดขายโครงการคอนโดมิเนียมลงเหลือ 80% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนยอดขายจากโครงการคอนโดมิเนียมอยู่ที่ 90% เพื่อเป็นกระจายความเสี่ยงของบริษัท

ด้านอัตราการปฏิเสธสินเชื่อของลูกค้าที่ซื้อที่อยู่อาศัยรวมของบริษัทในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 7% เนื่องจากสถาบันการเงินยังมีความเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการเตรียมความพร้อมของลูกค้าก่อนการยื่นขอสินเชื่อ ทำให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อของลูกค้ายังอยู่ในระดับต่ำ

นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนที่จะออกหุ้นกู้ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ มูลค่าจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท มีอายุ 3 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดแทนหุ้นกู้ชุดเดิมที่ครบกำหนดอายุในเดือนตุลาคมนี้ จำนวน 1,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 1,000 ล้านบาท บริษัทวางแผนจะนำไปซื้อที่ดิน เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการใหม่ในอนาคต

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูข่าวทั้งหมด »