บิ๊กอสังหาฯ เปิดศึกทุ่มไม่อั้น รับซื้อที่ดินแนวรถไฟฟ้า

เข้าชม
อัพเดท : 19 ก.ย. 60

บิ๊กอสังหาฯ เปิดศึกทุ่มไม่อั้น รับซื้อที่ดินแนวรถไฟฟ้า

TH03

บิ๊กทุน เปิดเว็บประกาศรับซื้อที่ดินทุกทำเลทั้งแนวรถไฟฟ้ายันภูธรรองรับพัฒนาแนวราบ แนวสูงปีหน้า นายกสมาคมอาคารชุดฯ เผยปีหน้า ตลาดขยายตัวร้อนแรง พร้อมรับมือ ทุนยักษ์-ทุนหน้าใหม่ จอยต์เวนเจอร์ทุนต่างชาติ กระโจนเข้าตะลุมบอน ศุภาลัยยันปรับแผนทุกครึ่งปีรับการเปลี่ยนแปลง

จากการขยายตัวต่อเนื่องของอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัย ส่งผลให้ บริษัทพัฒนาที่ดินต่างเฟ้นหาที่ดินทำเลทองตุนไว้ในมือรองรับกำลังซื้อในปีหน้า ขณะเดียวกัน ยังต้องปรับตัวรับกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่และทุนหน้าใหม่ผนึกต่างชาติที่กระโจนเข้าตะลุมบอนในตลาดนี้ด้วย

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจพฤกษาเรียลเอสเตทพรีเมียม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) และนายกสมาคมอาคารชุดไทยเปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ" ว่าภาพรวมการขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปี 2561 ยังโตต่อเนื่อง แต่ละค่ายต่างมองหาที่ดินทำเลใหม่ๆ รองรับความต้องการผู้บริโภค ทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลรวมทั้งต่างจังหวัด ทั้งนี้ในกรุงเทพยังเน้นคอนโดมิเนียม แนวรถไฟฟ้า ขณะเดียวกัน ความต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบขยับสูงขึ้นเนื่องจาก รถไฟฟ้า ลากแนวออกมายังชานเมืองและปริมณฑล ส่วนกำลังซื้อต่างจังหวัดยังเน้นบ้านเดียวทาวน์เฮาส์ โดยระดับราคาที่แข่งขันกันมากที่สุดอยู่ที่ 1-5 ล้านบาทต่อหน่วย

อย่างไรก็ดีในส่วนของ ค่ายพฤกษามียอดรายได้สูงสุด ปีละ 40,000-50,000 ล้านบาทยอดขายปีละ 50,000 ล้านบาท แต่ละปี จะต้องหาที่ดินไว้ในมือรองรับการขยายตัวในปีนี้และปีถัดไป เฉลี่ยปีละ 70 แปลง มูลค่า 15,000 -20,000 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายพัฒนาปีละ ประมาณ กว่า 70 โครงการ ซึ่งช่องทางการจัดหาที่ดิน จะใช้ช่องทางทางเว็บไซต์ ที่สามารถเข้าถึงได้รวดเร็ว นอกจากประกาศตามหน้าหนังสือพิมพ์

ซึ่งราคาที่ดินที่รับซื้อ ตั้งแต่หลัก แสนบาทต่อไร่  1 ล้านบาทต่อไร่ ไปจนถึงตารางวาละ 1ล้านบาท โดยเน้นทำเลเกาะแนวรถ ไฟฟ้าทั้ง 10 เส้นทาง ทั้งรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการแล้ว และที่จะเปิดให้บริการในอนาคต อาทิ สายสีน้ำเงิน สายตะวันออก-ตะวันตก ขณะบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ จะอยู่ชานเมือง

นายประเสริฐ คาดการณ์ตลาดอสังหาฯว่า ปีหน้าการขยายตัวจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้ บริษัทวางแผนพัฒนาโครงการทั้งแนวราบแนวสูงรองรับลูกค้าทุกกลุ่ม ตั้งแต่ตลาดระดับล่างระดับบนโดยเฉพาะตลาดกลางล่าง แม้จะไม่โตมากแต่กลุ่มกำลังซื้อมีมากถึง 70% ดังนั้นนบริษัทจึงพัฒนาหลากหลาย เพื่อความยืดหยุ่น

"บริษัทเน้นพัฒนาทั้งทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียมทุกประเภท ที่ดินที่เราซื้อกทม.-ปริมณฑลและต่างจังหวัด โฟกัสไปที่ทาวน์เฮาส์บ้านเดี่ยวส่วนกทม.จะเน้นคอนโดฯแนวรถไฟฟ้า สัดส่วนคอนโดฯอยู่ กทม.-ปริมณฑล ลงทุนประมาณ 30%"

สำหรับการแข่งขันนายประเสริฐมองว่า ไม่มีปีไหนที่ การแข่งขันไม่รุนแรง  โดยการพัฒนาจะเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อยๆ ล่าสุดที่มีปรากฏการณ์ของกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่เข้ามาเล่นในตลาดอสังหามากขึ้น รวมทั้งบริษัทหน้าใหม่ ที่จอยเวนเจอร์กับนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น หรือบริษัทรายเล็ก จอยต์เวนเจอร์กับนักลงทุนต่างชาติ เป็นต้น ทำให้บริษัทรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องปรับตัวสู้กลุ่มทุนหน้าใหม่ด้วยเช่นกัน

ขณะที่ นายประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัทซื้อที่ดินทุกสัปดาห์ เพื่อพัฒนาในปีนี้ ปีหน้า สำหรับงบซื้อที่ดินเฉลี่ยปีละประมาณ  8,000 ล้านบาท และปีนี้อยู่ประมาณ 8,000 ล้านบาท โดยทำเลที่เลือก จะอยู่แนวรถไฟฟ้าทุกสาย ติดถนนสายหลัก ทำเลแม่น้ำ เพื่อพัฒนาทั้งแนวราบแนวสูงในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดมากกว่า 20 แปลงพัฒนา 30-50 โครงการต่อปี โดย 70% ลงทุนในกทม.และปริมณฑล ปัจจุบันศุภาลัยมีโครงการทั้งหมดที่พัฒนาในมือ 130 โครงการ และเดินหน้าลุยโครงการในแถบอาเซียนและประเทศออสเตรเลีย เป็นต้น

อย่างไรก็ดีบริษัทวางแผนธุรกิจทุก 5 ปี และมีการปรับแผนทุกครึ่งปี เนื่องจากตลาดเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จากภาวะเศรษฐกิจ รวมทั้งมีการทำแผนตลอดเวลาโตแต่ละปี 15-20%

ขณะที่ บริษัทแอล.พีเอ็น.ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเว็บไซน์ ประกาศรับซื้อที่ดินทุกทำเลที่น้ำไม่ท่วม โดยเฉพาะ ติดถนนใหญ่ ชุมชน สถานที่ราชการ สถาบันศึกษา รวมทั้งแนวรถไฟฟ้าสายใหม่ ล่าสุดเตรียมเปิดตัวโครงการลุมพินีพหลโยธินเกาะรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ทำเลติดกับแบงก์กรุงเทพ ใกล้กับโครงการลุมพินีเก่า ใกล้เมเจอร์รัชโยธิน

จากการสำรวจพบว่า ทำเลสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ซอยข้างกรมการขนส่งทางบก พบว่ามีโครงการคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นจำนวนมาก อาทิ เอ็ม จตุจักรของ ค่ายเมเจอร์  ห่างกันไม่มาก จะมีค่ายเอพี เป็นต้น ขณะที่ทำเลลาดพร้าว ซอย 8 จะมีโครงการของค่ายเมเจอร์ขายราคา 2.8 ล้านบาท และที่ดินเตรียมขึ้นโครงการอีกหลายแปลง

 

ขอบคุณข้อมูลจาก :  หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูข่าวทั้งหมด »