ธนารักษ์เตรียมชงครม.สร้างบ้านคนไทย 2.6 พันยูนิต ใน 8 จังหวัด

เข้าชม
อัพเดท : 22 ธ.ค 60

ธนารักษ์เตรียมชงครม.สร้างบ้านคนไทย 2.6 พันยูนิต ใน 8 จังหวัด

ธนารักษ์เตรียมชง ครม.นำที่ราชพัสดุ 8 จังหวัด สร้างบ้านคนไทย 2.6 พันยูนิต ให้ผู้ลงทะเบียน คนจนเช่าอยู่ 30 ปี ผ่อนไม่เกินเดือนละ 2,000 บาท เปิดราคาที่ดินปี'61 สีลมยังแชมป์แพงสุด 1 ล้านบาท/ตร.วา ที่ดินโคกเจริญ จ.ลพบุรี ถูกสุดในประเทศ 20 บาท/ตร.วา

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ภายในเดือนมกราคม 2561 กรมธนารักษ์มีแผนจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัตินำที่ราชพัสดุไปก่อสร้างโครงการบ้านคนไทย เป็นโครงการช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนรับสวัสดิการของรัฐให้มีที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์  ดำเนินการก่อสร้างใน 8 จังหวัด เช่น กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ชลบุรี ในรูปแบบบ้านแถวบ้านแฝด หรืออาคารสูง จำนวน 2.6 พันยูนิต ราคาประมาณ 3.5-4.5 แสนบาทต่อยูนิต ให้เช่ายาว 30 ปี ผ่อนชำระ ไม่เกิน 2 พันบาทต่อเดือนจากธนาคารออมสิน หรือธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

นายพชรกล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะสร้างในรูปแบบบ้านแถว บ้านแฝด หรืออาคารสูง มีจำนวนประมาณ 2.6 พันยูนิต มีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 28 ตารางเมตรต่อยูนิต กำหนดราคาประมาณ 3.5-4.5 แสนบาทต่อยูนิต ทำให้ ผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยเช่าอยู่ได้ 30 ปี ผ่อนชำระไม่เกิน 2 พันบาทต่อเดือน ซึ่งสามารถขอสินเชื่อที่ธนาคารออมสินและธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) "โครงการนี้ได้เสนอกระทรวงการคลังพิจารณาแล้วแต่ฝ่ายนโยบายขอให้ปรับปรุงรายละเอียดให้ชัดเจนขึ้น เพราะไม่อยากเกิดปัญหาการคัดค้านของชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงหลังเปิดตัวโครงการแล้วเหมือนที่ผ่านมา ดังนั้นในบางจุดอาจต้องขอความเห็นจากชาวบ้านในชุมชนใกล้เคียงกับสถานที่ที่จะก่อสร้างด้วย" นายพชรกล่าว

นายพชรกล่าวว่า ส่วนการประเมินราคาที่ดินรายแปลงเพื่อรองรับกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คาดว่าจะประเมินรายแปลงครบ 32 ล้านแปลง ในวันที่ 1 มกราคม 2561 โดยที่ดินราคาแพงสุดในกรุงเทพมหานครยังคงเป็นพื้นที่สีลมมีราคา 1 ล้านบาทต่อตารางวา (ตร.ว.) ต่ำสุดบริเวณเขตบางขุนเทียน แถวคลองโล่ง ราคา 500 บาทต่อ ตร.ว. ส่วนต่างจังหวัด อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ราคา 4 แสนบาท ต่อ ตร.ว. และราคาต่ำสุดบริเวณโคกเจริญ จ.ลพบุรี ราคา 20 บาทต่อ ตร.ว.

นายพชรกล่าวว่า ปี 2561 กรมมีแผนพัฒนาที่ราชพัสดุเพื่อการพาณิชย์ในหลายโครงการขนาดใหญ่ วงเงินลงทุนรวมกว่า 9 หมื่นล้านบาท โดยจะเร่งผลักดันโครงการที่มีความล่าช้ามานานหลายสิบปีให้เดินหน้าต่อ เช่น โครงการลงทุนพัฒนาที่ดินบริเวณหมอชิต โครงการร้อยชักสาม การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ การก่อสร้างศูนย์ราชการแห่งใหม่ในโซนซี การก่อสร้างศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และรวมถึงโครงการบ้านคนไทย รวมถึงเตรียมปรับอัตราค่าเช่าที่ราชพัสดุใหม่ให้สอดคล้องกับราคาตลาดมากขึ้น และคิดผลตอบแทนในลักษณะ Return on Assets (ROA) คือคิดจากผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ โดยจะใช้กับรายที่หมดอายุสัญญาหรือการเปิดเช่าที่ราชพัสดุใหม่ ตั้งเป้ารายได้ปีงบประมาณ 2561 ที่ 7.4 พันล้านบาท

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือพิมพ์มติชน

บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูข่าวทั้งหมด »