เทรนด์ศูนย์การค้า'61 'มิกซ์ยูส' มาแรง เมกาบางนา -ซีคอนซิตี้ ทุ่มงบเพื่อคนรุ่นใหม่

เข้าชม
อัพเดท : 22 ธ.ค 60

เทรนด์ศูนย์การค้า'61 'มิกซ์ยูส' มาแรง เมกาบางนา -ซีคอนซิตี้ ทุ่มงบเพื่อคนรุ่นใหม่

 

"มิกซ์ยูส" กลายเป็นโมเดลการพัฒนาโครงการรูปแบบใหม่ที่เน้นความครบครัน ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้า โรงแรม เรสิเดนเชียล อาคารสำนักงานที่รวมไว้ด้วยกัน ทำให้เกิดความหนาแน่นไปด้วยผู้คนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว การพัฒนาจึงต้องตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มีอยู่ ขณะเดียวกันก็ต้องมีจุดเด่นเพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาเพิ่ม

โดยนายนพพร วิฑูรชาติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การพัฒนาศูนย์การค้าให้อยู่ในรูปแบบ "มิกซ์ยูส" ถือเป็นการสร้างโอกาสในการทำให้มีรายได้เพิ่ม ทั้งจากผู้อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน แหล่งช็อปปิ้ง โดยเป็นหนึ่งในแผนการลงทุนบนพื้นที่กว่า 400 ไร่ ในการต่อยอดเมกาบางนา ให้เป็นเมกาซิตี เมืองขนาดใหญ่สำหรับการใช้ชีวิตครบวงจร ของประชาชนในย่านบางนา-ตราด ซึ่งที่นี่สามารถรองรับผู้คนได้มากกว่า 2 แสนคนต่อวัน

"การพัฒนาให้เป็นมิกซ์ยูส จะเริ่มต้นที่เมกาซิตี้ ซึ่งเป็นการลงทุนในเฟสที่ 2-5 โดยเฟส 2 จะเป็นการลงทุนขยายพื้นที่ 1 หมื่นตารางเมตร ใช้งบลงทุน 1,000 ล้านบาท เฟส 3 และ 4 บนพื้นที่ราว 100 ไร่ โดยเฟส 3 จะเป็นรูปแบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์ใช้งบลงทุน 1,000 ล้านบาท ส่วนเฟส 4 จะเป็น เอ็ดดูเทนเมนต์ ใช้งบลงทุน 300-400 ล้านบาท ส่วนเฟส 5 จะเป็นการลงทุนโรงแรม และอาคารสำนักงาน ใช้เงินลงทุนราว 3,000-4,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเสร็จสมบูรณ์ที่นี่จะเป็นมิกซ์ยูสเต็มรูปแบบ"

อย่างไรก็ดี บริษัทยังมีที่ดินที่สามารถพัฒนาเป็นมิกซ์ยูสได้อีก โดยเฉพาะที่รังสิต ซึ่งมีที่ดินราว 950 ไร่ สามารถพัฒนาได้ทันทีทั้งในรูปแบบของทาวน์ชิพ ดีเวลอปเมนต์ เพราะมีประชากรจำนวนมาก และมีสาธารณูปโภคพร้อม ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานต่างๆ มหาวิทยาลัยเป็นต้น แต่ทั้งนี้การลงทุนขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ รอบด้าน คาดว่าจะสามารถลงทุนได้ในอีก 3 ปีข้างหน้า

"การลงทุนมิกซ์ยูส จะเป็นตัวดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาเพิ่มขึ้น และทำให้ร้านค้ามีรายได้เพิ่มขึ้น ที่ผ่านมาทำเลในเมืองราคาที่ดินสูง การจะพัฒนาเป็นมิกซ์ยูสจึงต้องพิจารณาให้รอบด้าน ล่าสุดบริษัทได้ใช้งบลงทุนราว 1,000 ล้านบาทในการรีโนเวต "มาร์เก็ตเพลส ทองหล่อ" ให้อยู่ในคอนเซ็ปต์ใหม่แบบมิกซ์ยูส โดยมีทั้งศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน พร้อมขยายพื้นที่เป็น 3 หมื่นตร.ม. จากเดิม 6,000 ตร.ม. เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่รวมถึงกลุ่มสตาร์ตอัพ คาดว่าจะปรับปรุงแล้วเสร็จในปี 2561ด้วย"

ด้านนายตะติยะ ซอโสตถิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ และซีคอน บางแค กล่าวว่า ซีคอน ซิตี้ จะเป็นโครงการคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่หรือมิกซ์ยูส บนพื้นที่กว่า 120 ไร่ เชื่อมต่อกับซีคอนสแควร์ ซึ่งมีพื้นที่ 77 ไร่ โดยจะกินพื้นที่ด้านหลังต่อเนื่องไปจนถึงสวนหลวงร.9 และบึงหนองบอน โดยการลงทุนจะรอความพร้อมด้านต่างๆ เช่น รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ที่จะวิ่งผ่านด้านหน้าโครงการและมีสถานีสวนหลวง ร.9 เชื่อมต่อเข้ามายังศูนย์ ซึ่งจะเปิดให้บริการในปี 2563 และทำให้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการภายในศูนย์เพิ่มขึ้นราว 15% ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจ ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงทำให้ต้องศึกษาถึงองค์ประกอบที่เหมาะสมที่จะเกิดขึ้นในซีคอน ซิตี้ใหม่อีกครั้ง

ขณะที่นายชาญชัย พันธุ์โสภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้บริหาร "เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์" กล่าวว่า การพัฒนาศูนย์การค้าในรูปแบบมิกซ์ยูส ได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ ส่วนในไทยเองเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อนในย่านธุรกิจกลางเมืองเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่มีทั้งอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ โรงแรม คอนโดมิเนียม ฯลฯ

โดยเดอะ แพลทินัมฯ ถือเป็นมิกซ์ยูสที่รวมกันระหว่างที่พักอาศัย ศูนย์การค้าและโรงแรม ซึ่งเป็นการลงทุนในเฟสแรก และในอนาคตสามารถพัฒนาและต่อยอดเพื่อรองรับกำลังซื้อที่จะเพิ่มขึ้นได้ แต่ทั้งนี้การจะลงทุนมิกซ์ยูส ต้องศึกษาถึงความพร้อมและต้องมีทำเลที่เหมาะสม

"ในต่างประเทศเช่นทาคาชิยามา ถูกพัฒนาให้เป็นมิกซ์ยูสมานาน 20-30 ปี และถือเป็นต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ ด้วยองค์ประกอบที่ครบครัน ส่วนในฮ่องกง สิงคโปร์ ก็ประสบความสำเร็จเช่นกัน ขณะที่ในเมืองไทยย่านที่ประสบความสำเร็จเช่น ถนนวิทยุ เป็นต้น ทั้งนี้อนาคตการพัฒนา ให้เป็นมิกซ์ยูส จะช่วยดึงดูดคนให้ เข้ามามากขึ้น ขณะเดียวกันก็จะรอง รับผู้บริโภคในย่านนั้นๆ ด้วย"

 

ขอบคุณข้อมูลจาก :   หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูข่าวทั้งหมด »