พานาโซนิค เกาะกระแสอสังหาฯบูม โฟกัสตลาดแอร์พาณิชย์

เข้าชม
อัพเดท : 25 ธ.ค 60

พานาโซนิค เกาะกระแสอสังหาฯบูม โฟกัสตลาดแอร์พาณิชย์

นายได นิชิ รองผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด สินค้าเครื่องปรับอากาศ บริษัท พานาโซนิค เอ.พี. เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงทิศทางของตลาดและกลยุทธ์การทำตลาดเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ในปีหน้าว่า ตลาดมีโอกาสเติบโตสูงจากสภาพเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและการขยายตัวของอสังหาฯ โดยที่อยู่อาศัยระดับบนถึงไฮเอนด์จะมีดีมานด์สูงสุด เพราะระดับแมส-กลางอิ่มตัวแล้ว และผู้ประกอบการยังพร้อมลงทุนกับนวัตกรรมเพื่อนำมาเป็นจุดขายจูงใจผู้บริโภคและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง เช่นเดียวกับเจ้าของอาคารพาณิชย์เก่าที่เดินหน้าเปลี่ยนเทคโนโลยีแอร์ระบบจากแบบชิลเลอร์เป็นวีอาร์เอฟ (VRF) เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและบำรุงรักษา

ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้มีดีมานด์แอร์แยกส่วนจากกลุ่มคอนโดฯและโรงแรม ซึ่งแข่งกันในประเด็นราคาและนวัตกรรมด้านอำนวยความสะดวก อย่างระบบสมาร์ทโฮม สุขภาพ และประหยัดพลังงาน-พื้นที่ ตามโจทย์ของผู้พัฒนาที่ต้องการจุดขายสำหรับจูงใจ ผู้บริโภคและสร้างความแตกต่างจาก คู่แข่ง พร้อมความยืดหยุ่นด้านออกแบบตกแต่งภายใน เช่นเดียวกับผู้บริโภคซึ่งมองหาความสะดวกสบาย ส่วนอาคารพาณิชย์ทั้งเก่าและสร้างใหม่มีดีมานด์แอร์วีอาร์เอฟที่ประหยัดพลังงานและทนทานเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายระยะยาว

เพื่อชิงสร้างยอดขายจากกระแสนี้ และรับมือการแข่งขันราคาที่ดุเดือด ในปีหน้าบริษัทจะชูประเด็นสุขภาพซึ่งกำลังมาแรงเป็นจุดขายเจาะกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร ด้วยนวัตกรรมฟอกอากาศและกำจัดกลิ่น ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีผู้เล่นอื่นในเซ็กเมนต์แอร์พาณิชย์นำมาเป็นจุดขาย เพื่อเลี่ยงการแข่งขันราคา เสริมกับเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน ความทนทานและกินพื้นที่น้อยซึ่งเป็นโจทย์หลักของผู้ประกอบการ

พร้อมขยายไลน์อัพสินค้าเพิ่มรุ่นน็อน อินเวอร์เตอร์รองรับดีมานด์จากคอนโดฯ ไฮเอนด์และโรงแรมขนาดกลาง-เล็ก ที่ต้องการประหยัดงบฯลงทุน เนื่องจากปัจจุบันราคายังถูกกว่าแอร์อินเวอร์เตอร์ถึง 40% และคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 5 ปี จึงจะลดลงมาอยู่ใน ระดับเดียวกับแอร์บ้านที่ราคาห่างกันประมาณ 10% จึงถือเป็นโอกาสที่จะเร่งทำตลาด

"พานาโซนิคมีนวัตกรรมหลายอย่างในมือ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีดับกลิ่น nanoe X ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าแบบใช้ในครัวเรือนถึง 10 เท่า และระบบระบายอากาศ รวมถึง econevi เทคโนโลยีประหยัดพลังงานด้วยการปรับการทำงานตามกิจกรรมในอาคาร จึงเชื่อว่าจะช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน"

ขณะเดียวกัน ปรับระบบหลังบ้านหลายด้าน ทั้งเพิ่มทีมงานทั้งฝ่ายขาย, ช่างและวิศวกร อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสขายและสร้างการรับรู้เรื่อง ฟังก์ชั่นฟอกอากาศตรงไปยังโครงการต่าง ๆ ไม่ว่าจะสร้างใหม่หรือเปลี่ยนระบบ รวมถึงอัพเกรดระบบสำรองอะไหล่และระบบบริหารจัดการเพื่อเพิ่มความเร็วของบริการหลังการขาย พร้อมหนุน ดีลเลอร์ด้วยโปรโมชั่นเมื่อทำยอดได้ตามเป้าและจัดฝึกอบรมบุคลากร

นอกจากนี้ ยังใช้ข้อได้เปรียบจากการมีธุรกิจหลากหลายผนึกบียูต่าง ๆ ในเครือสร้างโซลูชั่นครบวงจร สำหรับลูกค้าที่ต้องการสินค้า-บริการอื่น ๆ เช่น ชุดเครื่องใช้ไฟฟ้า ตู้เย็น ทีวี และเครื่องซักผ้าสำหรับคอนโดฯ เป็นต้น รวมถึงพัฒนาระบบไอโอที (IOT) สำหรับแอร์วีอาร์เอฟ

ทั้งนี้มั่นใจว่าในปี 2020 จะสามารถชิงส่วนแบ่งตลาดแอร์พาณิชย์เพิ่มจนขยับขึ้นเป็นแบรนด์อันดับ 3 ของตลาด จากปัจจุบันที่ไม่ติดท็อป 5

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูข่าวทั้งหมด »