RICHY ขนโครงการโรดโชว์ขายในต่างประเทศ หวังเพิ่มยอด

เข้าชม
อัพเดท : 26 ธ.ค 60

RICHY ขนโครงการโรดโชว์ขายในต่างประเทศ หวังเพิ่มยอด

ดร.อาภา อรรถบูรณ์วงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ริชี่ เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ RICHY เปิดเผยว่า ในปี 2561 บริษัทมีแผนนำโครงการของบริษัทไปขายในประเทศแถบเอเชีย ซึ่งปีนี้บริษัทก็มีการนำโครงการไปจำหน่าย และได้รับการตอบรับจากนักลงทุนจำนวนมาก ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่จะซื้อไว้เพื่อลงทุน ซึ่งผลตอบแทนที่ได้นั้นถือว่าอยู่ในระดับสูงราว 5-6% ทำให้มีแนวโน้มยอดจำหน่ายจากลูกค้าต่างประเทศสูงขึ้น

ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 2561 บริษัทคาดว่ารายได้จะเติบโตได้กว่า 80% หลังมียอดขายรอโอน (Backlog) ที่ปัจจุบันมีอยู่กว่า 4 พันล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในปี 2561 กว่า 50%ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ถึงปี 2564 นอกจากนี้บริษัทยังมีสต๊อกเหลือขายอีกจำนวนมาก ทำให้คาดว่ารายได้ปีหน้าจะเติบโตสูง

ลุยเปิด 4 โครงการใหม่

พร้อมกันนี้ปี 2561 บริษัทมีแผนเปิด 4 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 9 พันล้านบาท ได้แก่ คอนโดมิเนียม High Rise ทั้งหมด 2 โครงการ, คอนโดมิเนียม Low Rise ทั้งหมด 1 โครงการ, โครงการแนวราบ 1 โครงการ โดยวางแผนการก่อสร้างออกเป็นไตรมาสละ 1 โครงการ ส่วนงบลงทุนรวมของบริษัทปีหน้า บริษัทได้การวางงบลงทุนไว้ราว 3 พันล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นงบลงทุนเพื่อใช้ในการซื้อที่ดินราว 1 พันล้านบาท ส่วนอีก 2 พันล้านบาท จะนำไปลงทุนเพื่อการก่อสร้าง

อย่างไรก็ดีบริษัทเชื่อว่าปีหน้าตลาดอสังหา ริมทรัพย์ยังมีการเติบโตได้ดี สอดคล้องกับการลงทุนของภาครัฐ ภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศที่มีทิศทางดีขึ้น ส่งผลให้ปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนน่าจะมีแนวโน้มที่ลดลง และกำลังซื้อน่าจะกลับมาเติบโต และอัตราการปฏิเสธสินเชื่อคาดว่าจะมีแนวโน้มที่ลดลงด้วย จากปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่สูงกว่า 30%

ลุ้นกำไรปี 61 นิวไฮ

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2561 ของ RICHY จะยิ่งสูงกว่าปี 2560 ขึ้นไปอีกเป็น 321 ล้านบาท เติบโต 138% ทำสถิติสูงสุดใหม่ เนื่องจากจะมีโครงการคอนโดใหม่ขนาดใหญ่เริ่มโอนได้ตั้งแต่ปลายไตรมาส 1/2561 คือ ริชพาร์ค @ทริปเปิ้ลสเตชั่น ถนนศรีนครินทร์ ซึ่งมียอดขายรอโอน (Backlog) อยู่ถึง 2.3 พันล้านบาท และคาดว่าจะมีการโอนเดอะริช สาทร-ตากสิน และโครงการต่อเนื่องยังผลให้รายได้ปี 2561 สูงไปถึง 2.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 78%

ด้านคาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) เป็น 0.26 บาท เพิ่ม 84% ซึ่งเติบโตน้อยกว่าจำนวนกำไรสุทธิ เพราะได้สมมติให้มีการแปลง RICHY-W1 เข้ามาทั้งหมด (Fully Diluted) จำนวน 157 ล้านหุ้น แม้ความจริงจะหมดอายุปี 2562 ก็ตาม

นอกจากนี้สิ่งที่น่าสนใจคือ โครงการใหม่คือ เดอะริช ศรีนครินทร์ มูลค่าขาย 2.5 พันล้านบาท ซึ่งมีพื้นที่ดิน 3 ไร่ ตั้งอยู่ด้านหน้าโครงการ ริชพาร์ค @ทริปเปิ้ลสเตชั่น จะสร้างเป็นตึก 30 ชั้น แต่จับตลาดสูงกว่า ข้อดีคือ ที่ดินตอนซื้อมามีต้นทุนที่ต่ำ และโครงการนี้จะมีส่วนรีเทล 3 ชั้น และอาคารสำนักงานด้วย อยู่ใกล้รถไฟฟ้ามาก คาดว่าโครงการนี้จะสร้างยอดขายได้เป็นอย่างดีและให้รายได้ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป

ซ่อนมูลค่าราคาต่ำบุ๊ก

เช่นเดียวกับโครงการใหม่อีกหนึ่งโครงการคือ เดอะริช เอกมัย มูลค่าสูงถึง 3.7 พันล้านบาท ทำเลดีอยู่ใกล้กับ BIGC เอกมัย ปัจจุบันมีที่ดินแล้ว 1 ไร่ กำลังเจรจาซื้ออีก 1 ไร่ เพื่อเพียงพอที่จะพัฒนาเป็นคอนโดได้ สิ่งที่น่าสนใจ นอกจากตั้งอยู่ทำเลที่ดีแล้ว เนื่องจากเป็นโครงการใหญ่ต้องใช้เงินลงทุนสูง บริษัทอาจจะหาพันธมิตรเป็นญี่ปุ่นเข้ามาร่วมทุน โดยโครงกานี้อาจจะร่วมทุน หรือไม่ร่วมทุนก็ได้ ทางบริษัทคาดว่าจะมีความคืบหน้าประมาณ ธันวาคม 2560 นี้

อย่างไรก็ตาม แนะนำ "ซื้อ" ประเมินราคาพื้นฐานได้ที่ 2.30 บาท ด้วย Forward P/E ปี 2561ที่ 9.0 เท่า ราคาปิดมีส่วนเพิ่มได้อีก 27% และระดับ P/E ที่ใช้นี้เทียบเท่า PEG ปี 2561 ที่เพียง 0.11เท่า ไม่น่าเชื่อว่าปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีไตรมาส 3/2560 ที่ 1.85 บาท ทั้งๆ ที่มีกำไรเติบโตดี ด้านความเสี่ยงของบริษัทคือ อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนสูง ปลายไตรมาส 3/2560 เป็น 1.9 เท่า แต่คาดว่าในอนาคตเมื่อมีการโอนคอนโดมาก ก็จะช่วยลดอัตราส่วนนี้ได้

นอกจากนี้บริษัทยังมี RICHY-W2 อีก 157 ล้านหน่วย ราคาใช้สิทธิ์ 2.75 บาท หมดอายุปี 2563 หากอนาคตมีการใช้สิทธิ์ก็จะได้เงินทุนเพิ่มมาอีก 432 ล้านบาท ทั้งนี้ปัจจุบันทางธนาคารผู้ปล่อยกู้มี Debt Covenant ที่สูงเป็น 3.5 เท่า

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือพิมพ์ทันหุ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูข่าวทั้งหมด »