เมกะโปรเจ็กต์ของรัฐ ดันอสังหาฯ ปี'61 สดใส หนุนกำไรโต 10%

เข้าชม
อัพเดท : 08 ม.ค. 61

เมกะโปรเจ็กต์ของรัฐ ดันอสังหาฯ ปี'61 สดใส หนุนกำไรโต 10%

โบรกเผยเมกะโปรเจ็กต์ภาครัฐ ดันธุรกิจอสังหาฯ 61 สดใส หนุนกำไรโต 10% หรือประมาณ 43,000 ล้านบาท ชี้คอนโดมิเนียมเกาะแนวรถไฟฟ้ายังผุดต่อเนื่อง พีดีเฮ้าส์ เล็งปี 61 ตลาดรับสร้างบ้านกลับมาคึกคัก หลังเห็นสัญญาณความต้องการสร้างบ้านเพิ่ม คาดสิ้นปีมียอดขาย 1,200 ล้านบาท

น.ส.นวลพรรณ น้อยรัชชุกร รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 61 คาดจะเติบโตต่อเนื่อง เพราะ ได้รับปัจจัยบวกจากการขยายตัวของเศรษฐกิจ รวมถึงการลงทุนโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐ ทั้งโครงการรถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ มอเตอร์เวย์ และการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่มีความชัดเจนเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาที่อยู่อาศัยออกสู่พื้นที่ใหม่มากขึ้น

ขณะเดียวกันยังมีการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ ตามแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายเส้นทางใหม่ๆ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เช่น แนวรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพู รวมถึงสายสีเขียวและสีน้ำเงิน เป็นต้น ส่งผลให้ผู้ที่ต้องการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยให้ความสนใจเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ คาดการณ์ยอดพรีเซลส์จะอยู่ที่ 330,000 ล้านบาท เติบโต 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 313,000 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปี 61 จะอยู่ที่ประมาณ 43,000 ล้านบาท โต 10% จากปี 60 ที่คาดว่ากำไรจะอยู่ที่ 39,000 ล้าน บาท ภายใต้การประเมินรายได้ขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่ม 6.4% หรืออยู่ที่ 256,000 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันมีโครงการรอง รับยอดโอนอยู่ที่ประมาณ 61,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 24% ของเป้าหมายทั้งปี ซึ่งไม่สูงมากนัก และยังคงต้องติดตามสถาน การณ์ขายและโอนอย่างใกล้ชิด

นายพิศาล ธรรมวิเศษ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีดีเฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเยถึงภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านในปี 2561 ว่า จากความสนใจและความต้องการสร้างบ้านหลังใหม่ ของผู้บริโภคในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลดีต่อเนื่องมาถึงไตรมาสแรกปี 2561 นี้ ทั้งจากโอกาสในการตัดสินใจของผู้บริโภคและมูลค่าตลาดรวมที่ ขยายตัว ด้านบรรดาผู้ประกอบการที่แข่งขันอยู่ในธุรกิจรับสร้าง บ้านก็เตรียมพร้อมรุกขยายในปีนี้เช่นกัน โดยจะเป็นการแข่ง ขันและการสื่อสารกับผู้บริโภคผ่านการสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียเป็นสื่อหลัก

อย่างไรก็ตาม ในปี 2561 นี้ บริษัทมีแผนการดำเนินธุรกิจโดยการหันมาให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น และเน้นคุณภาพหรือบริการที่แตกต่าง คือบ้านประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมๆ กับในปีนี้บริษัทจะเริ่มกลับมาเปิดสาขาใหม่อีกครั้ง หลังจากชะลอการเปิดสาขาในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยจะเน้นลงทุนเปิดสาขาเองเป็นหลัก นอกจากนี้จะขอซื้อสิทธิ์ สาขาแฟรนไชส์จากผู้ลงทุนเดิมบางรายคืน เพื่อจะรุกขยายตลาดในจังหวัดที่มีศักยภาพด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายเท่ากับปีก่อนหรือประมาณ 1,200 ล้านบาท

"พีดีเฮ้าส์ เราเน้นการสร้างที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ โดยไม่แข่งขันในด้านราคา ซึ่งเราไม่ ต้องการตั้งเป้ายอดขายเพื่อกดดันตัวเองมากนัก เพราะประเมินว่า ปีนี้หลายๆ อย่างเพิ่งจะเริ่มฟื้น กลับมาดีขึ้น ทั้งภาพรวมเศรษฐ กิจของประเทศ ความเชื่อมั่นและกำลังซื้อผู้บริโภค กอปรกับปีนี้จะให้เวลากับการปรับปรุงการบริหารจัดการภายในองค์กร ทั้งด้านบุคลากรและระบบปฏิบัติงาน บนไอทีให้มีความทันสมัย ทั้งนี้เพื่อสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่าง มีมาตรฐานสม่ำเสมอกัน และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุค 4.0 ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว" นายพิศาลกล่าว

 

ขอบคุณข้อมูลจาก :   หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ภาพจาก : oneyoungworld.com

บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูข่าวทั้งหมด »