กนอ.ตั้งเป้าปีนี้ ผุด 2 โปรเจกต์ใหญ่ในอีอีซี หาที่ 1.6 หมื่นไร่สร้างนิคมฯเพิ่ม

เข้าชม
อัพเดท : 12 ม.ค. 61

กนอ.ตั้งเป้าปีนี้ ผุด 2 โปรเจกต์ใหญ่ในอีอีซี หาที่ 1.6 หมื่นไร่สร้างนิคมฯเพิ่ม

 

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ในปีนี้ กนอ.เตรียมการลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด โดยจัดสรรงบประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท เพื่อพัฒนา 2 โครงการใหญ่ ได้แก่ โครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม สมาร์ท พาร์ค ในเขตธุรกิจอุตสาหกรรมของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง พื้นที่ 1,500 ไร่ งบประมาณการลงทุน 2,097 ล้านบาท เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคตตามเป้าหมายของรัฐบาล เช่น อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ และอุตสาหกรรมที่มีการใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิตและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบันโครงการพัฒนานิคม อุตสาหกรรมสมาร์ท พาร์ค อยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้ และออกแบบโครงสร้างพื้นฐานเบื้องต้น พร้อมทั้งการจัดทำร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2563

สำหรับอีกหนึ่งโครงการคือ โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ซึ่ง กนอ.ได้เตรียมการพัฒนาพื้นที่รองรับท่าเทียบเรือไว้ประมาณ 1,000 ไร่ เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการก๊าซธรรมชาติ (แอลเอ็นจี) พร้อมทั้งรองรับการขยายตัวด้านการขนส่งสินค้าเหลวและก๊าซธรรมชาติที่เป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่นิคมฯ มาบตาพุดและบริเวณ ใกล้เคียง

ทั้งนี้ เบื้องต้นโครงการพัฒนา ท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 จะใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท และพร้อมที่จะเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาท่าเทียบเรือได้ในปี 2561 โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2567 ซึ่ง คาดว่าภายหลังเปิดดำเนินการแล้วจะสามารถรองรับการขนถ่ายสินค้าได้เพิ่มมากอีกประมาณ 20 ล้านตัน/ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพการให้บริการของท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ที่มีคุณภาพและความสามารถในการเชื่อมโยงการขนส่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ขณะที่ในปี 2561 กนอ.มีพื้นที่ที่พร้อมรองรับการลงทุนในอีอีซีประมาณ 2.4 หมื่นไร่ พร้อมทั้งเตรียมแผนการสรรหาพื้นที่เพิ่มเติมสำหรับสร้างนิคมฯ ใหม่อีกประมาณ 1.6 หมื่นไร่ และยังมีแผนที่จะสรรหาพื้นที่เพื่อการจัดตั้งสวนอุตสาหกรรม เขตอุตสาหกรรม และอื่นๆ อีกประมาณ 1 หมื่นไร่ ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยรองรับความต้องการของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุนในระดับต่างๆ ในพื้นที่ดังกล่าวทั้งในปีนี้และปีอื่นๆ ได้อย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเป็นหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญและศักยภาพสูงลำดับต้นๆ ของพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยเป็นทั้งฐานการผลิตอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขนาดใหญ่อันดับที่ 5 ของเอเชีย และอันดับ 1 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาในด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับระบบดิจิทัล

นอกจากนี้ ยังมีศักยภาพต่อเนื่องไปการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งแนวโน้มการลงทุนในพื้นที่ดังกล่าว นักลงทุนต่างชาติยังคงให้ความสนใจทั้งในส่วนของการเข้ามาลงทุนใหม่และการขยายธุรกิจในระดับที่น่าพอใจ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ รวมทั้งอุตสาหกรรมที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง

 

ขอบคุณข้อมูลจาก :  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูข่าวทั้งหมด »