การเช่าบ้านโดยไม่มีสัญญาหรือทำสัญญาไม่แน่ชัด อาจทำให้เกิดปัญหาระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่าได้ ปัญหานี้จะแก้อย่างไร
เวลาจะเช่าบ้านหรืออาคารอะไร สิ่งที่ต้องทำไว้ก็คือหลักฐานเป็นหนังสือ สัญญาเช่าจึงเป็นเอกสารที่ทำกันเป็นเรื่องปกติ แต่ก่อนที่สัญญาจะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ก็ต้องมีการเจรจาการเช่าจนเข้าใจตรงกันเสียก่อนจะตัดสินใจว่า จะให้ใครเช่าหรือจะไปเช่าบ้านใครเขา เราก็ต้องคิดถึง กำหนดเวลา เพราะ คนให้เช่าก็อาจไม่แน่ใจว่า คนเช่ารายนี้จะใช่เลยตามสเปคหรือไม่ เกิดอยู่ๆ ไปไม่ถูกใจอยากเลิกเช่าก็ทำไม่ได้ ต้องทนให้เขาเช่าต่อไปจนกว่าจะครบเวลา หรือว่าในอนาคตอยากจะขายที่ขายทางไป ใครที่ไหนเขาอยากได้บ้านแล้วแถมคนเช่าที่เข้าไปอยู่ในบ้านเป็นระยะเวลาอีกเนิ่นนานตามสัญญาอีก
คนเช่ามักคิดอีกทาง เพราะอาจอยากอยู่ให้นานๆ เข้าไว้ เนื่องจากอัตราค่าเช่ามันเร้าใจกว่าที่ไหนๆ บรรยากาศสิ่งแวดล้อมหรือก็ดี ไม่ต้องเร่ร่อนขนของย้ายไปไม่ลงหลักปักฐานสักที
แต่ถ้าเช่ากันเกินกว่าสามปี กฎหมายก็บังคับให้ต้องมีภาระจดทะเบียนการเช่าเอาไว้กับสำนักงานที่ดิน เสียเวลาบ้างก็ไม่เป็นไร แต่นี่มีเสียเงินด้วยก็เลยต้องคิดมากกันหน่อย เพราะถ้าต้องจดทะเบียนการเช่ากันทีก็มีเงินค่าธรรมเนียมในการจดที่ต้องจ่าย ซ้ำร้ายคนให้เช่าก็ต้องถูกหัก ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายเอาไว้ในจำนวนเงินก้อนใหญ่เพราะรัฐให้คำนวณจากรายได้ทั้งหมดตามกำหนดเวลาให้เช่า ทั้งเราทั้งเขาเลยต้องมีเงินอีกก้อนหนึ่งสำหรับการเช่าที่ยาวนานกว่าสามปี
คิดแบบนี้ก็เลยถอดใจ หาทางออกใหม่ แบบว่าไม่ต้องจดทะเบียนกันไว้แต่ใส่เงื่อนไขเอาไว้ในสัญญา เรียกว่าพบกันครึ่งทางระหว่างผู้เช่ากับผู้ให้เช่า เอาเป็นว่าทำสัญญากันแค่สามปี ต่อจากนี้ก็ดูว่าถ้าผู้เช่าอยากอยู่ต่อก็เป็นอันรู้กันว่าผู้ให้เช่าจะต่อ อายุให้ในเวลาไม่เกินสามปี อย่างนี้ผู้ให้เช่าคิดว่าน่าจะมีทางถอย ได้ ถ้าครบสามปีไหนแล้วไม่อยากให้เช่าก็จะได้ปฏิเสธไม่ยอมต่อเวลาให้ ส่วนคนเช่าก็คิดว่าน่าจะได้นอนใจตอนครบสามเมื่อไร ก็จะได้ต่อสัญญาออกไปอีกไม่เกินสามปี
คิดแบบนี้มีสิทธิผิดพลาด ถ้าตกลงกันไว้เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกำหนดในกฎหมาย ด้วยการไม่ไปจดทะเบียนการเช่า กฎหมายท่านไม่เข้ามารับรองด้วย ดังนั้น ถ้ามีเรื่องอ้างกันว่าต้องต่อเวลากันตามที่ตกลง ศาลก็ไม่จัดการให้ เพราะถือว่าไม่ได้ไปจดทะเบียน
เว้นเสียแต่ว่าเนื้อหาในสัญญาสามารถ สื่อให้เห็นถึงเจตนาได้ว่า เป็น "คำมั่น" ที่ผู้ให้เช่าให้ผู้เช่าไว้ว่า ถ้าผู้เช่าต้องการเช่าต่อไป ผู้ให้เช่าจะปฏิเสธไม่ได้ แต่ผู้ให้เช่าจะไปบังคับว่าผู้เช่าจะต้องเช่าต่อไปหลังจากครบกำหนดเวลาแล้ว ไม่ได้ อย่างนี้กฎหมายท่านยอมให้ผู้เช่าบังคับผู้ให้เช่าให้ทำตามคำมั่นได้
มีวิธีที่น่าจะลงตัวทั้งคู่ สัญญาและกฎหมายก็คือ การทำสัญญากันไว้ไม่เกินสามปี พอครบแล้วก็มาวัดใจกันว่าจะให้ต่อเวลาหรือไม่ ก็ค่อยทำสัญญากันใหม่ หรือปล่อยให้เช่าต่อไป ซึ่งกฎหมายถือว่าไม่มีกำหนดเวลาการเช่า พอจะเลิกสัญญาก็ค่อยมาบอกกล่าวล่วงหน้าต่อกัน
แม้จะเป็นการเสี่ยงต่อความแน่นอนของคู่สัญญา แต่เป็นความแน่นอนที่กฎหมายท่านจะดูแลบังคับให้ หากว่า คู่สัญญามีปัญหา อย่างนี้น่าจะปลอดภัยที่สุด
ที่มาของข้อมูล: ร้านทองดอทคอม