กฎหมายกับการประกันภัย กรณีเกิดภัยพิบัติ

เข้าชม (2158)

ตัวอย่างกรณีการเกิดภัยพิบัติในญี่ปุ่นกับระบบประกันภัย  ผู้เสียหายจะได้รับค่าชดเชยอย่างไรบ้าง    

ภัยพิบัติครั้งใหญ่แผ่นดินไหวและสึนามิญี่ปุ่น กระทบธุรกิจประกันภัยทั้งระบบ คาดส่งผลต่อเนื่องถึงบริษัทประกันในไทยหวั่นต้องขึ้นเบี้ยประกัน นายกสมาคมประกันวินาศภัยคาด บริษัทประกันภัยต่ออาจปรับเบี้ย 50% แต่บางรายมองต่าง เชื่อไม่กระทบไทย เหตุรีอินชัวเรอร์อาจจะปรับขึ้นเบี้ยตามพื้นที่เสี่ยงและเกิดบ่อย

กรณีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่และคลื่นสึนามิที่พัดถล่มจังหวัดมิยางิของญี่ปุ่น เมื่อวันศุกร์ที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่า กลุ่มบริษัทประกัน เป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่พลอยได้รับผลกระทบ โดยมีการประเมินว่า เหตุการณ์ไม่คาดฝันในญี่ปุ่นจะทำให้บริษัทประกันภัยในญี่ปุ่นและบริษัทรับประกันภัยต่อในต่างประเทศ ต้องรับภาระจ่ายเงินชดเชยตามทุนประกันสูงสุด 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังจากที่มีภาระจ่ายเงินชดเชยกรณีเหตุแผ่นดินไหวที่เมืองไครสต์เชิร์ชอยู่ ก่อนแล้วถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์

นอกเหนือจากการประกันภัยความเสียหาย จากภัยพิบัติตามปกติแล้ว ระบบการประกันภัยสมัยใหม่ยังครอบคลุมถึงการประกันภาวะชะงักงันของธุรกิจด้วย ในกรณีของญี่ปุ่น ยิ่งวิกฤตการณ์นิวเคลียร์ การขาดแคลนไฟฟ้า หรือ การปิดโรงงานผลิตยาวนานมากเท่าใด อาจกระทบต่อธุรกิจในสหรัฐ และยุโรป ซึ่งต้องใช้ชิ้นส่วนรถยนต์ ชิปคอมพิวเตอร์ หรือชิ้นส่วนประกอบอื่นๆ ที่ผลิตในญี่ปุ่น

ประกอบกับภัยพิบัติทางธรรมชาติมีแนวโน้มเพิ่มความ รุนแรง และสร้างความเสียหายมากขึ้น ส่งผลให้ประเด็นการปรับเพิ่มเบี้ยประกันภัยถูกหยิบยกมาพิจารณากันอีกครั้ง ดังความเห็นของ "ชัย โสภณพนิช" ประธานกรรมการ บมจ.กรุงเทพประกันภัย บอกว่า ผู้รับประกันภัยต่อ (รีอินชัวเรอร์) น่าจะต้องปรับเพิ่มเบี้ยขึ้นอีกอย่างน้อย 50% ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่จะต้องปรับเพิ่มเบี้ยขึ้นเมื่อเกิดความเสียหายใหญ่ ขึ้น และมั่นใจว่ารีอินชัวเรอร์น่าจะต้องปรับเพิ่มขึ้นทั่วทั้งโลก

จีรพันธ์ อัศวะธนกุล กรรมการ ผู้อำนวยการ บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ และนายกสมาคมประกันวินาศภัย คาดการณ์ถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นตามมาจากแนวโน้มดังกล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่เบี้ยประกันภัยต่อในปีถัด ๆ ไปจะขยับขึ้นอย่างแน่นอน เพราะความเสี่ยงของมหันตภัยเหล่านี้มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และมีโอกาสเกิดขึ้นได้ทุกจุดทั่วโลก นั่นหมายความว่า ธุรกิจประกันภัยไทยอาจได้รับผลกระทบในส่วนนี้ด้วย

"หากจะมีผลสะท้อนเรื่องปรับเบี้ยดังกล่าวคงไม่เกิดขึ้นได้ทันที เพราะการส่งงานประกันภัยต่อในปีนี้ได้ถูกทำสัญญากันไว้ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ดังนั้น  ถ้าจะขยับเบี้ยก็ต้องไปปรับพิกัดสำหรับงานในปีหน้า แต่คงตอบได้ยากว่าจะปรับเบี้ยอีกเท่าใด เพราะต้องรอสรุปมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่นเสียก่อน รวมถึงระหว่างปีนี้อาจจะมีมหันตภัยเกิดขึ้นอีกก็ได้ ขณะนี้จึงเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์ได้" นายจีรพันธ์กล่าว

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่ระบุว่า สัญญาสวอปความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ หรือ CDS (Credit Default Swap) ซึ่งเป็นตราสารที่ป้องกันความเสี่ยงอายุ 5 ปี ของบรรดา รีอินชัวเรอร์รายใหญ่ในยุโรปต่างปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0.1-0.2% ในช่วงที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น ซึ่งค่าที่ปรับเพิ่มขึ้นดังกล่าวหมายความว่า แนวโน้มความเสี่ยงที่รีอินชัวเรอร์เหล่านี้จะผิดนัดชำระในการจ่ายคืนตราสาร ที่ออกไว้นั้นมีสูงขึ้น หรืออาจกระทบต่อสภาพคล่อง ในระยะสั้นได้

การปรับตัวสูงขึ้นของตราสาร CDS ของบรรดาบริษัทประกันภัยต่อเกิดขึ้นจากเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิ ถล่มญี่ปุ่น โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากภาระจากการรับประกันภัยต่อจากบริษัทประกันญี่ปุ่น

แม้ญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่มีอัตราการทำประกันภัยสูงมาก แต่มีระบบบริหารความเสี่ยงภัยอย่างดี โครงสร้างการบริหารความเสี่ยงภัยของธุรกิจประกันภัยญี่ปุ่นจะอาศัยทั้งการส่งต่องานให้กับบรรดาบริษัทประกันภัยในญี่ปุ่นด้วยกัน ส่งต่อให้กับกองทุนที่รัฐบาลและธุรกิจร่วมกันตั้งขึ้นมารับกระจายความเสี่ยงไปจนถึงส่งต่องานไปยังรีอินชัวเรอร์รายใหญ่ ๆ ของโลก ภัยครั้งนี้จึงไม่น่าจะกระทบรุนแรงถึงขนาดต้องมีบริษัทประกันภัยปิดกิจการ

นอกเหนือจากทิศทางการปรับเพิ่มเบี้ยที่รีอินชัวเรอร์ต้องนำมาใช้เพื่อให้สอด คล้องกับความเสี่ยงของภัยใหญ่ ๆ ที่มีแนวโน้มเกิดถี่ขึ้นแล้ว ปัจจัยเรื่อง "พื้นที่ตั้งของประเทศ" ก็ยังมีผลต่อ ค่าความเสี่ยงเช่นกัน แม้แนวโน้มอัตราค่าเบี้ยของไทยจะแพงขึ้น แต่ก็ไม่น่าขยับไปอยู่ระดับเดียวกับญี่ปุ่นอย่างแน่นอน เพราะไทยอยู่นอกแนวแยกของเปลือกโลก ความเสี่ยงที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวโดยตรงจึงมีค่อนข้างน้อยกว่า

นายอรรณพ พรธิติ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด เห็นว่า กรณีแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นไม่น่าจะมีผลต่อการส่งต่อประกันภัยของไทยโดยตรง เพราะรีอินชัวเรอร์เองก็ต้องมองในเชิงธุรกิจ พื้นที่ไหนรับมาแล้วมีกำไร รีอินชัวเรอร์ก็ต้องอยากเข้าตลาดนั้นอยู่แล้ว ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย ทำให้ค่าเบี้ยกรณีเรื่องแผ่นดินไหวในไทยยังค่อนข้างถูก การที่คนไทยตระหนักและซื้อในช่วงนี้ก็จะเป็นเรื่องดี เพราะค่าเบี้ยยังถูก

ปัจจุบันทุนประกันแผ่นดินไหว และภัยน้ำท่วมในบางประเทศ ได้ปรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก่อนหน้าที่จะเกิดภัยพิบัติในญี่ปุ่น โดยเบี้ยประกันภัยแผ่นดินไหวได้เพิ่มขึ้นสูงสุด 58% ในบางพื้นที่ของสหรัฐ ขณะที่เบี้ยประกันภัยน้ำท่วม เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ขึ้นมาประมาณ 4% ขณะที่ในออสเตรเลีย พบว่า มีการปรับเพิ่มเบี้ยประกันภัยเฉลี่ย 15% ต่อปี ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และคาดว่า  หลังเกิดภัยน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของออสเตรเลีย เบี้ยประกันภัยในปี 2554 มีแนวโน้มจะขยับขึ้นในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยด้วย

ที่มาของข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

Advertisement

ฮวงจุ้ย สาระน่ารู้อื่นๆ

Advertisement

advertisement



advertisement



advertisement


คำค้นหายอดฮิต ยอดนิยม


advertisement


ThaihomeOnline@FacebookThaihomeOnline@Twitter RSS Feed

ค้นหาด่วน:

 


ค้นหาเว็บไซต์:

 

 

ศูนย์ข้อมูล:



พันธมิตรเว็บไซต์:
แสดงทั้งหมด

ศูนย์กลางซื้อขาย รถมือสอง อะไหล่ เครื่องเสียงรถยนต์ Smilehomes.com - เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลของคนรักบ้าน ศูนย์รวมห้องพัก เว็บไซต์ห้องพักทุกชนิดแหล่งรวมความรู้ด้านฮวงจุ้ย