ตัวอย่าง 5 อาคารที่ผ่านการวิเคราะห์ของซินแสว่ามีฮวงจุ้ยดีเยี่ยม มาบุญครอง 'สุดยอด' ฮวงจุ้ย...แบงก์กรุงเทพ ชัยภูมิเป็นเลิศ...กสิกรไทย ตั้งทำเลโค้งน้ำกักกระแสดี...คิงเพาเวอร์ ออกแบบน้ำเยี่ยม...โลตัสแก้ฮวงจุ้ยดันฟอร์จูนรุ่ง
ซินแสหลากสำนักย่อมมีแนววิเคราะห์ฮวงจุ้ยที่แตกต่างกัน แต่ซินแสส่วนใหญ่จะใช้ 2 ปัจจัยหลัก นั่นคือ "เวลา" กับ "ชัยภูมิ" เป็นตัววิเคราะห์ทำเลที่ตั้งตัวอาคาร
ในส่วนของเวลา จะเป็นการคำนวณกระแสพลังทิศทางกับดวงมนุษย์ บางแห่งใช้หลักของคณิตศาสตร์และดวงดาว ในขณะที่บางสำนักมุ่งเน้นเรื่องธาตุทั้ง 5 ได้แก่ ดิน ไม้ ไฟ ทอง น้ำ ที่ใช้เข็มทิศวัดพลังงาน หรือที่เรียกว่า หล่อแก
ส่วนการใช้หลัก "ชัยภูมิ" เป็นการดูพื้นที่ ทำเล ซึ่งเข้าใจได้ง่ายจึงได้รับความนิยม เช่น ด้านหลังเป็นภูเขา
ด้านหน้าติดแม่น้ำ ทางสามแพร่ง มุมแหลมจากตึกอื่นพุ่งเข้ามาชน
ชัยภูมินี้จะเป็นแนวทางเบื้องต้นในการวิเคราะห์สภาพบ้านหรืออาคาร เพื่อสร้างสมดุล และเหนี่ยวนำสิ่งที่ดีมาสู่สิ่งปลูกสร้างและผู้พักอาศัย
ทำเลที่ตั้งของฮวงจุ้ยที่ดี ต้องยกให้ในเรื่องของการกักเก็บกระแสพลัง ซึ่งใช้ชื่อของสัตว์มาเรียก เช่น ด้านหลัง คือ "เต่าดำ" ควรมีภูเขา หรืออาคารขนาดใหญ่ เพื่อไม่ให้ลมพัดเข้ามากระจายพลังสลายไป ด้านซ้าย คือ "มังกรเขียว" ต้องมีสภาพที่เข้มแข็งกว่าฝั่งขวาเล็กน้อย ด้านขวา คือ "เสือขาว" และด้านหน้า คือ "หงส์แดง"
ต้องมีสภาพ โล่ง ต่ำ เคลื่อนไหว สามารถสะสมกระแสพลังได้ดี จึงเห็นได้บ่อยครั้งที่อาคารหลายแห่งลงทุนขุด
ทะเลสาบไว้ด้านหน้า เพื่อเป็นตัวแทนของหงส์แดงในการกักเก็บกระแส
และนี่คือตัวอย่างอาคารที่ผ่านการวิเคราะห์ของซินแสว่ามีฮวงจุ้ยดีเยี่ยม
มาบุญครอง 'สุดยอด' ฮวงจุ้ย
ในบรรดาห้างสรรพสินค้าดังในกรุงเทพฯ ห้าง "มาบุญครอง" ที่มีตระกูล "ตันติวิท" เป็นผู้บริหาร โดยเช่า
ที่ดินของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสร้างจนกลายเป็นห้างสรรพสินค้าชั้นนำ มีทั้งลูกค้าคนไทยและต่างชาติเข้ามาจับจ่ายใช้สอย เป็นตึกที่ซินแสกล่าวถึงว่าเป็น "สุดยอดของฮวงจุ้ย"
จึงไม่แปลกใจเลยที่ "บันเทิง ตันติวิท" บิ๊กบอสใหญ่ของบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารห้างมาบุญครอง จะยอมจ่ายให้กับจุฬาฯ ในอัตราแพงลิบลิ่วกว่าอัตราเดิมหลายเท่าตัว ด้วยมูลค่ารวมๆ กว่า 2.5 หมื่นล้านบาท ตลอดอายุสัญญา 20 ปี ภายใต้เหตุผลสั้นๆ "ซื้อธุรกิจที่ติดแล้ว" แม้ว่าจะพยายามยื้อเรื่องอัตราค่าเช่าใหม่ก็ตาม
มาบุญครอง อยู่บนทำเลฮวงจุ้ยดีเช่นไร ซินแสดังให้ความเห็นไว้ว่า ทำเลของมาบุญครองอยู่บริเวณหัวมุมถนนปทุมวัน มีสะพานลอยมาช่วยตัดกระแสพลังที่มากับรถให้หวนกลับเข้ามาสะสมตัวอยู่ภายในอาคาร จำนวนผู้ที่เข้าไปใช้บริการในห้างนี้จึงหนาตา
ครั้งหนึ่ง ผู้บริหารมาบุญครองเองยังเคยกล่าวไว้ว่า "มีห้างไหนบ้างไหมที่ตอนสามทุ่มยังมีคนเดินกันอย่างคึกคัก เหมือนมาบุญครอง" และพอมาในยุคหลัง ที่มีรถไฟฟ้าผ่านแล้ว บริเวณหน้ามาบุญครองยังโชคดีด้วย
การมีรางรถไฟฟ้าถึง 2 ชั้นอยู่ทางซ้ายมือของอาคาร ยิ่งมีช่วยส่วนดึงพลังให้เข้ามาสะสม ทำให้มีผู้คนเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
แบงก์กรุงเทพ ชัยภูมิเป็นเลิศ
อาคารของ "ธนาคารกรุงเทพ" บนถนนสีลมของตระกูล "โสภณพนิช" ถูกกล่าวถึงว่าเป็น อาคารที่มี
"ชัยภูมิ" ดีเลิศ แม้จะไม่ติดแม่น้ำ แต่ติดถนนและรถไฟฟ้า
อาคารแห่งนี้ถูกออกแบบเป็นรูปสี่เหลี่ยม 2 อัน วางซ้อนกันอยู่ โดยฐานล่างจะแผ่กว้างแข็งแกร่ง ที่เปรียบ
เหมือนธาตุดิน ซึ่งหมายถึงการสะสมตัวของความมั่งคั่งและมั่นคง เหมือนดั่งภูผาใหญ่ที่ยืนหยัดอย่างโดดเด่นอยู่
บนโลก ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเป็นล้านปีได้ โดยไม่เสื่อมสลายไป
ลองสังเกตดูว่ากิจกรรมทางการตลาดและการโฆษณาประชาสัมพันธ์ของธนาคารแห่งนี้ แม้ไม่หวือหวา
เหมือนธนาคารอื่นๆ แต่ยังสามารถรักษาสัดส่วนยอดเงินฝากและสินเชื่อได้เป็นอันดับที่ 1 ของประเทศมาตลอด
ต่างจากธนาคารกสิกรไทยที่ออกแบบเป็นรูปทรงสูงปลายแหลมคล้ายมีด เป็นลักษณะพลังของธาตุไม้และ
ไฟ ซึ่งหมายถึง วิชาการและชื่อเสียงที่โดดเด่น
นอกจากนี้ เมื่อมีการสร้างรถไฟฟ้าผ่านบริเวณด้านหน้า ก็บังเอิญไปเลี้ยวโค้งโอบผ่านด้านหน้าธนาคารพอดี จึงมีสภาพของการกักเก็บกระแสพลังเอาไว้ให้อยู่ฝั่งถนนด้านธนาคารกรุงเทพได้มากเป็นพิเศษ
สังเกตให้ดีจะเห็นว่าความคึกคักของธุรกิจบนถนนสีลมนั้น จะกระจุกตัวไปถึงแค่บริเวณของถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ณ บริเวณที่รถไฟฟ้าเลี้ยวไปตัดกระแสเท่านั้น
กสิกรไทย ตั้งทำเลโค้งน้ำกักกระแสดี
ส่วน ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ ของตระกูล "ล่ำซำ" ถือว่ามีความโดดเด่นคนละด้านกับธนาคาร
กรุงเทพ โดยตึกนี้อยู่บริเวณถนนราษฎร์บูรณะ ในจุดที่เกิดกระแสตีกลับของแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาโค้งโอบพอดี
เป็นลักษณะพิเศษที่เรียกว่า “ในหยินสูงที่สุดจะก่อเกิดหยาง”
สะพานแขวนที่มีรูปร่างยาวทอดมาหาอาคาร เป็นลักษณะของธาตุไม้ ธนาคารจึงสร้างอาคารเป็นทรงสูงที่มี
ปลายแหลมเป็นลักษณะของธาตุไม้และธาตุไฟ ซึ่งหมายถึงการใช้วิชาความรู้ (ธาตุไม้) มาสร้างความโดดเด่นและความสำเร็จ (ธาตุไฟ)
ถ้าพิจารณาตามวงจรของกฎแห่งธาตุ จะพบว่า เป็นกระแสก่อเกิดต่อเนื่อง คือ พลังของแม่น้ำ (ธาตุน้ำ) มาก่อเกิดธาตุไม้ของสะพาน แล้วนำกระแสไปส่งเสริมธาตุไม้และไฟของอาคาร
ส่วนประตูหน้าด้านติดถนนใหญ่ เป็นทางลงของสะพานแขวน ก็เป็นตัวตัดกระแสเข้ามากักเก็บเข้าสู่อาคาร
โค้งน้ำนี้ ถือเป็นโค้งของการกักเก็บกระแสพลังได้ดีสุด แต่ไม่ใช่ทุกตึกที่อยู่บริเวณนี้จะดีเหมือนกันหมด
ต้องขึ้นอยู่กับชัยภูมิของโค้งด้วย เพราะจะเห็นว่าถ้าขยับมาทางช่วงพระราม 3 ที่เป็นโค้งน้ำเดียวกัน กลับไม่ดี
เท่าที่ควร แม้รัฐบาลจะพยายามผลักดันให้เป็นทำเลศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ ตั้งแต่ยุคก่อนปี 2540 จนถึงวันนี้
ผ่านไป 10 ปีแล้ว ถนนเส้นนี้ก็ยังไม่สามารถขึ้นแท่นเป็นถนนเศรษฐกิจใหม่ได้
ในเชิงวิทยาศาสตร์ สายน้ำหรือถนนควรโค้งโอบบ้าน เพราะตามเส้นโค้งจะมีแรงเกิดขึ้น 2 ชนิด คือ แรงเข้า
สู่ศูนย์กลางด้านในของโค้ง และแรงหนีศูนย์กลางออกนอกโค้ง ซึ่งแรงเข้าสู่ศูนย์กลางนี่เองที่เป็นตัวนำพาพลังที่ดีเข้าสู่พื้นที่ด้านในของโค้ง สิ่งเหล่านี้อาจจะเห็นได้ชัดเจนสำหรับสายน้ำที่มีแรงชนิดนี้ ดึงเอาตะกอนต่างๆ มาสะสมทางด้านในของโค้ง ทำให้มีที่ดินงอกเพิ่มขึ้นทุกปี
บ้านหรืออาคารที่ตั้งอยู่บริเวณด้านในโค้งน้ำหรือถนน จึงได้รับการส่งเสริมจากพลังที่ดีให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองต่อเนื่องในระยะยาว
เหมือนแม่น้ำเจ้าพระยาที่โค้งโอบทำให้กรุงเทพฯ เจริญรุ่งเรือง และตำแหน่งที่ตั้งของพระบรมมหาราชวัง ซึ่งอยู่ด้านในของโค้งโอบของแม่น้ำ เป็นทำเลฮวงจุ้ยที่เยี่ยมยอด
ส่วนแรงหนีศูนย์กลางจะนำพลังชนิดที่ไม่ดี เข้ามาให้อาคารหรือบ้านเรือนที่อยู่ด้านนอกของโค้ง เนื่องจากแรงหนีศูนย์กลางจะมีพลังปะทะที่รุนแรง หรือหากเป็นกรณีของสายน้ำ ก็จะพบว่า ที่ดินด้านนอกของโค้ง จะถูกกัดเซาะหดหายไปทุกปี
คิงเพาเวอร์ ออกแบบน้ำเยี่ยม
ถ้าเป็นอาคารที่อยู่บริเวณที่เป็นสายน้ำหรือถนนที่เป็นเส้นตรงผ่านหน้าไป ในทางฮวงจุ้ยเรียกว่า "สายน้ำตัดขา" ไม่สามารถดูดซับพลังได้ทัน เช่น ถนนวิภาวดีรังสิต หรือ บางนา-ตราด ทำให้ผู้อยู่อาศัยมี “โอกาส” ผ่าน
เข้ามาในชีวิตมากมาย แต่ไม่สามารถไขว่คว้าเอามาได้ทัน
เฉพาะอาคารที่มีระยะถอยร่นเป็นลานโล่งด้านหน้าไว้สะสมพลัง หรืออาคารที่รู้จักวิธีการออกแบบดักรับ
กระแสเท่านั้นจึงจะมีโอกาสรุ่งเรือง เหมือนอาคาร "คิงเพาเวอร์" ในซอยรางน้ำ ของเจ้าพ่อดิวตี้ฟรี "วิชัย รักศรีอักษร"
อาคารดังกล่าวเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของดิวตี้ฟรี ที่ย้ายจากอาคารมหาทุนพลาซ่า ติดรถไฟฟ้าสถานีเพลินจิต เข้ามาอยู่ในซอยรางน้ำประมาณ 500 เมตร เป็นหนึ่งในตึกตัวอย่างที่ซินแสดังออกปากว่า ออกแบบน้ำ
ในลักษณะที่ดีเพื่อส่งเสริมตัวอาคาร เพราะตามความเชื่อของหลักฮวงจุ้ยที่ดี หน้าบ้านต้องติดน้ำ ติดถนน แต่ใน
ซอยรางน้ำ ถึงจะติดถนนก็เป็นถนนสายแคบ และยังเป็นถนนเส้นตรงผ่านหน้าไป ไม่สามารถดูดซับพลังได้ทัน
ในทางฮวงจุ้ยเรียกว่า "สายน้ำตัดขา" แล้วยังไม่มีแม่น้ำไหล
ทำอย่างไร หน้าโครงการคิงเพาเวอร์ถึงจะมีแม่น้ำมาไหลผ่านเพื่อกักเก็บกระแสพลัง อาคารคิงเพาเวอร์ก็
ออกแบบแก้ด้วยการให้บริเวณด้านหน้ามีสายน้ำโอบล้อมขนานกับแนวอาคารตลอดทั้งแนวเกือบ 100 เมตร โดย
ทำให้น้ำล้นส่งเข้าหาประตูและตัวอาคาร เวลาที่ผิวหน้าของน้ำเคลื่อนตัว ก็จะเหนี่ยวนำกระแสพลังชี่ให้ไหลเข้า
มาด้วยในองศาทิศทางที่ดี เมื่อประกอบกับรูปแบบการออกแบบเป็น 5 ธาตุ ก่อเกิดเกื้อหนุนกันอย่างต่อเนื่อง คือ
โดมที่เด่นที่สุด เป็นโครงสร้างพลังแบบธาตุทอง เหมาะสมที่สุดสำหรับกิจการที่จะจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนม หรูหรา ราคาแพง ส่วนอาคารรอบๆ ข้างทำเป็นลักษณะของธาตุไม้ ซึ่งเป็นโชคลาภของธาตุทอง โดยมีน้ำรอบๆ
อาคารเป็นตัวก่อเกิดไม้ที่เป็นโชคลาภ จึงทำให้กลายเป็นแหล่งจ่ายโชคลาภไม่มีที่สิ้นสุด
โลตัสแก้ฮวงจุ้ยดันฟอร์จูนรุ่ง
กลเม็ดในการวางยุทธศาสตร์ให้กับฮวงจุ้ยของอาคาร ต้อง "เก็บกักกระแส" ได้ เป็นหัวใจสำคัญ หากอยู่ในทำเลไพร์ม แต่กักกระแสไว้ไม่ได้ ก็ไร้ประโยชน์ เหมือนที่ครั้งหนึ่ง ห้างสรรพสินค้า "ฟอร์จูนทาวน์" บนถนน
รัชดาภิเษก ซึ่งแม้จะอยู่บริเวณหัวมุมถนนรัชดาฯ แต่ถูกสะพานลอยข้ามสี่แยกตัดกระแสพลังที่มาจากถนน ทำให้พลังไม่สามารถมาหล่อเลี้ยงอาคารได้มากเท่าที่ควร
แต่ต่อมาเมื่อมีเทสโก้ โลตัส เข้ามาเปิดในอาคารนี้ และได้ออกแบบป้ายขนาดใหญ่ยื่นออกมาตัดกระแสลม
จึงทำให้พลังหวนกลับมาสะสมตัวที่อาคารได้อีกครั้งหนึ่ง ฟอร์จูนทาวน์จึงถือว่ากลับมาพลิกฟื้นได้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตึก อาคารเหล่านี้จะเป็นตึกที่ฮวงจุ้ยดีสุดๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกธุรกิจ ทุกร้านภาย
ในตึกจะดีไปทั้งหมด หรือในตึกที่ฮวงจุ้ยแย่สุดๆ ก็ยังมีคนที่ขายของได้ เหมือนกับ หยิน หยาง ขาว ดำ
ในดำ ย่อมมีขาว และในขาว ย่อมมีดำ
ที่มาของข้อมูล: bangkokbiznews