โจนส์แลงฯ ชี้ไม่ต่อมาตรการไม่กระทบ จับตาดอกเบี้ย การเมืองเสี่ยง

เข้าชม (704)



โจนส์ แลงฯ คาดไม่ต่ออายุมาตรการอสังหาริมทรัพย์ส่งผลกระทบไม่มาก แนวโน้มดอกเบี้ยและ สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเป็นปัจจัยที่น่ากังวลมากกว่า


การ ที่รัฐบาลไม่ต่ออายุมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ด้วยการลดหย่อนค่า ธรรมเนียมการโอนและภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ คาดว่าจะมีผลกระทบต่อการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไม่มากนัก แม้ มาตรการดังกล่าว มีส่วนช่วยให้ต้นทุนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง ตามความคิดเห็นจากนายล่องลม บุนนาค ประธานกรรมการ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด
 
"คาดว่าหลังจากหมดอายุมาตรการ ผู้ประกอบการ จะมีการใช้ กลยุทธ์จัดการกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในลักษณะที่แตกต่างกันออกไป สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยบางโครงการ ผู้ประกอบการอาจสามารถผลักภาระจากค่าธรรมเนียมการโอนและภาษีธุรกิจจำเพาะที่ เพิ่มขึ้นไปยังผู้ซื้อด้วยการบวกเข้าไปในราคาขาย เพื่อให้สามารถรักษาระดับผลกำไรของโครงการ แต่สำหรับโครงการที่มีการแข่งขันสูง และมีกลุ่มลูกค้าที่มีความอ่อนไหวในเรื่องราคา อาจสามารถปรับราคาขึ้นได้ยาก เพราะจะทำให้การขายโครงการทำได้ยากขึ้น"
 
สำหรับ ผลกระทบที่เห็นในทันทีจากการประกาศไม่ต่ออายุมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริม ทรัพย์ของรัฐบาล คือ จะเร่งให้มีการซื้อและโอนให้เร็วขึ้นในช่วงนี้ ก่อนมาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในวันที่ 28 มีนาคมนี้ ซึ่งอาจทำให้ดูเหมือนว่า จะมีกิจกรรมการซื้อขายเพิ่มมากขึ้นเป็นพิเศษในระหว่างที่มีมาตรการนี้อยู่ และจากนั้น ยอดการโอนคาดว่าจะมีปริมาณเบาบางลง แต่ปริมาณการโอนที่เบาบางลงอาจไม่สามารถสรุปได้ว่า เป็นผลมาจากการไม่ต่ออายุมาตรการ แต่เป็นเพราะได้มีการเร่งโอนไปแล้วในช่วงก่อนหน้า

แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและสถานการณ์ทางการเมืองน่ากังวลมากกว่า

นอกเหนือจากการไม่ต่ออายุมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ สิ่งที่ต้องจับตาเพิ่มเติมต่อไปคือ ทิศทางของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่จะมีผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์มากกว่ามาตรการกระตุ้น จากภาครัฐฯ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้มีผลโดยตรงต่อความสามารถในการซื้อ ดังนั้น หากรัฐบาล ยังคงใช้นโยบาย อัตราดอกเบี้ย ต่ำ น่าจะส่งผลดีต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์มากกว่า เพราะทุกๆ เปอร์เซ็นต์ของอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น หมายถึงความสามารถในการซื้อที่ลดต่ำลง อย่างไรก็ดี มีแนวโน้มว่า อัตราดอกเบี้ยอาจปรับตัวขึ้นในอนาคตอันใกล้ หลังจากที่แนวโน้มทางเศรษฐกิจเริ่มปรับตัวดีขึ้น

อีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันคือความเชื่อมั่นของผู้ บริโภค ซึ่งอิงอยู่กับสภาพเศรษฐกิจเป็นสำคัญ ในช่วงที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยมีการปรับการประมาณการตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงขึ้นเป็น 3.5 ถึง 4.5% แต่ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญคือ ปัญหาความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมืองซึ่งหากเกิดความวุ่นวายขึ้น เหมือนหลายๆ เหตุการณ์ที่ผ่านมา อาจมีผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และบั่นทอนความเชื่อมั่นผู้บริโภค ซึ่งอาจทำให้เกิดการชะลอการซื้อในตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้ ดังนั้น รัฐบาลจึงควรเตรียมมาตรการต่างๆ ให้พร้อมมากที่สุด เพื่อป้องกันหรือจำกัดสถานการณ์ความวุ่นวายให้ได้มากที่สุด


ที่มาของข้อมูล: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

Advertisement

คู่มือซื้อขายบ้าน/คอนโด

Advertisement

เคล็ดลับการแต่งบ้าน

advertisement



advertisement



advertisement


คำค้นหายอดฮิต ยอดนิยม


advertisement


ThaihomeOnline@FacebookThaihomeOnline@Twitter RSS Feed

ค้นหาด่วน:

 


ค้นหาเว็บไซต์:

 

 

ศูนย์ข้อมูล:



พันธมิตรเว็บไซต์:
แสดงทั้งหมด

ศูนย์กลางซื้อขาย รถมือสอง อะไหล่ เครื่องเสียงรถยนต์ Smilehomes.com - เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลของคนรักบ้าน ศูนย์รับสร้างบ้าน พีดีเฮ้าส์Your only beat home finder in Thailand