การสร้างบ้าน มีหลักบางประการที่คุณควรพิจารณาก่อนลงมือสร้าง เพื่อป้องกันปัญหาและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ
การสร้างบ้านนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเราต้องอยู่ตลอดชีวิต หรือบางคนอาจจะว่าไม่จริง เพราะบางทีอาจจะได้ขาย แต่คงไม่มีใครอยากย้ายบ้านบ่อยๆ และที่สำคัญไม่น้อยไม่กว่าบ้าน ก็คือแบบบ้านนั้น หลายคนอาจจะไม่ได้ใส่ใจ เพราะซื้อจากโครงการ แต่โครงการก็มีหลายแบบ เช่น ทาวน์เฮาท์ คอนโด บ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านสองชั้น บ้านชั้นเดียว หรืออาคารพานิชย์ สิ่งเหล่านี้เราเลือกได้ เนื่องจากในปัจจุบันมีแบบบ้านให้เลือกมากมาย เพื่อให้ได้บ้านตรงตามความต้องการของคุณมากที่สุด มีข้อควรคำนึงถึงในการเลือกแบบบ้านมีดังนี้
1. ก่อนอื่นต้องคำนวณขนาดของบ้าน
จากพื้นที่ใช้สอยภายในที่เราต้องการจริง เช่น ห้องนอน ( กี่ห้อง ) , ห้องน้ำ ( กี่ห้อง ) , ห้องรับแขก , ส่วนทานอาหาร , ห้องครัว , ระเบียงหรือชานต่างๆ เมื่อรวมแล้วได้พื้นที่เท่าไร ก็ให้คูณด้วยราคาค่าก่อสร้าง ซึ่งเบื้องต้นเราใช้งบประมาณ ช่วง 12,000-15,000 บาท / ตารางเมตร เพื่อให้รู้ว่าเราควรจะเพิ่มหรือลด ขนาดของบ้าน แต่อย่าลืมเผื่องบด้านอื่นๆด้วยนะ เช่น ค่าถมที่ , รั้วโดยรอบ , ค่าตกแต่งภายในพร้อมเฟอร์นิเจอร์ และค่าจัดสวน ( ถ้ามี ) เป็นต้น เลือกตามราคา แบบบ้านเขามีขายกันเยอะแยะ ทั้งพวกรับเหมาขายแบบบ้าน และก็รับสร้างบ้านไปด้วย อันนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าของบ้าน ว่าชอบแบบซื้อแบบมาจ้างช่างทำเอง หรือจะให้เจ้าของแบบทำให้ และควรมีวิศวกรรับรองแบบบ้านนั้นๆด้วย ควรที่จะเลือกแบบบ้านตามงบประมาณที่เรามี อย่าเลือกแบบที่ต้องใช้วัสดุที่แพงเกินงบ เพราะแบบบ้านบางแบบต้องใช้วัสดุที่แพงมาก ถึงจะสามารถทำได้ตามแบบ แต่จริงๆแล้วเราสามารถปรับเปลี่ยนตอนก่อสร้างได้ เอาเป็นว่าเลือกแบบตามที่งบเรามีดีที่สุด เพราะการสร้างบ้านเองมักจะปานปลาย เมื่อได้ทราบขนาดของบ้าน พร้อมงบประมาณแล้ว จะได้เริ่มเลือกแบบบ้าน ให้เหมาะสมกันต่อไป
2. เลือกแบบบ้านตามสภาวะภูมิประเทศ
เราต้องเลือกแบบบ้านสภาพอากาศและภูมิประเทศของเรา อย่างเช่น บ้านชายทะเล ก็ควรเป็นบ้านที่ทำด้วยปูนซีเมนต์หรือทำด้วยวัสดุที่มีความคงทนต่อลม และไม่ใช้แบบบ้านที่มีหลายชั้นมาก บ้านภูเขาอาจจะเป็นบ้านไม้ มีระเบียงที่ยื่นออกจากบ้าน เป็นต้น สภาพอากาศ สำหรับสภาพอากาศบ้านเราจะมีลักษณะร้อนชื้น ควรเลือกแบบบ้าน ที่ค่อนข้างโปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก, แสงแดดส่องได้ทั่วถึง
3. เลือกแบบบ้านตามการใช้ชีวิตของคนภายในบ้าน
จำนวนของสมาชิกในครอบครัว ที่จะเข้าอยู่อาศัยในบ้าน สมาชิกในครอบครัวจะเป็นตัวกำหนดการจัดวางพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน ถ้าสมาชิกใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่รวมกันในห้องใดมากที่สุด ห้องนั้นควรจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าห้องอื่นภายในบ้าน จำนวนและอายุของสมาชิก ส่วนของห้องต่าง ๆ ภายในบ้านสมาชิกของครอบครัวจะเป็นตัวกำหนดจำนวนห้อง และการจัดห้องภายในบ้านถ้ามีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ด้วย ควรจัดห้องนอนไว้ชั้นล่าง และส่วนจำนวนห้องน้ำควรจะมีปริมาณที่เหมาะสมไม่ควรมีมากเกินไป เพราะอาจเป็นภาระในการดูแลรักษาได้ในภายหลัง พิจารณาจากพฤติกรรมการใช้สอยของสมาชิกในครอบครัวซึ่งมีความแตกต่างกันแล้ว แต่ครอบครัว ซึ่งต้องวิเคราะห์ดูว่าความจำเป็นที่แท้จริงคืออะไรบ้าง ซึ่งหากสร้างขึ้นมาแล้วไม่ได้ใช้ ก็ไม่เกิดประโยชน์ แถมต้องเป็นภาระที่ต้องดูแลภายหลัง
4. เลือกแบบบ้านให้เราสามารถตกแต่งบ้านได้ง่าย
การตกแต่งบ้านให้น่าอยู่นั้นมีความสำคัญมาก แต่ถ้าตกแต่งแล้วต้องทำความสะอาดยากก็ก่อให้เกิดปัญหาตามมาอีก การเลือกแบบบ้านที่ทำให้ตกแต่งง่ายจึงเป็นสิ่งที่เราควรจะเน้นและความความสำคัญเป็นอย่างมากเลยทีเดียวเชียว อย่างเช่น ไม่เป็นมุมเหลี่ยมเยอะจนเกินไป
5. เลือกแบบบ้านให้เหมาะสมกับรสนิยม และการใช้งาน ( Style & Function )
ซึ่งบริษัทฯรับสร้างบ้านต่างๆจะมีแบบให้เลือกมากมาย ให้ลองจินตนาการว่า ถ้าเราได้เข้าไปอยู่แล้ว ตำแหน่งของห้อง กับ ทิศทางของแสงแดดในช่วงเช้า - บ่าย และ ทิศทางลม เป็นอย่างไร การพิจารณาเรื่องทิศทางลม ทิศทางแดด ในการวางตำแหน่งบ้านก็มีความสำคัญไม่น้อยเช่นกัน เนื่องจากว่าการเลือกบ้านและการวางตำแหน่งอาคารลงบนที่ดิน หากพิจารณาให้รอบคอบ ก็จะทำให้บ้านมีความเย็นสบาย ไม่ร้อนอบอ้าว พึ่งพาเครื่องปรับอากาศได้น้อยที่สุด และได้เปิดมุมมองสู่ภายนอกได้ดีที่สุด ประเด่นในการพิจารณาก็คือ ควรวางตัวอาคารด้านแคบไว้ตาม แกนทิศตะวันออกและทิศตะวันตก เพื่อรับแสงแดดในตอนสายและตอนเย็นให้น้อยที่สุด
ที่มาของข้อมูล: besthousegroup