สำหรับคนที่ชื่นชอบการดูหนังฟังเพลง การทำให้บ้านของคุณเป็นโฮมเธียเตอร์ย่อมน่าสนใจไม่่น้อย ลองมาดูไอเดียการตกแต่งโฮมเธียเตอร์แล้วประยุกต์ใช้กับบ้านของคุณ
การเลือกสีห้องสำหรับโฮมเธียเตอร์
สีที่เหมาะสมในการชมภาพยนตร์ ได้แก่ สีที่ไม่สว่างมากนัก เช่น สีเอิร์ทโทน สีน้ำตาล สีดำ เป็นต้น เนื่องจากสีของผนังจะสะท้อนทำให้สีของภาพที่ได้มีการบิดเบือนตัวอย่าง เช่น ถ้าผนังเป็นสีแดง แสงจากหน้าจอที่สะท้อนกับผนังจะออกสีชมพูทำให้ภาพจะมีสีชมพูมากขึ้น การใช้สีที่มีความสว่างมากผนังจะไม่ดูดซับแสงทำให้มีแสงสะท้อนออกมารบกวนภาพ มาก ในขณะที่แสงที่ทึบกว่าจะดูดกลืนแสงไว้เกือบทั้งหมดทำให้มีแสงสะท้อนออกมารบกวนภาพได้น้อย นอกจากนั้นลักษณะของพื้นผิวของสีที่มีความมันวาวก็สามารถรบกวนภาพได้มากกว่า สีที่มีลักษณะด้านซึ่งเกิดจากการสะท้อนของแสงเช่นเดียวกัน จากสาเหตุดังกล่าวสีที่ดีที่สุดจึงน่าจะเป็นสีดำ แต่คงไม่มีใครทาสีดำทั้งห้องโดยเฉพาะบ้านที่มีการใช้งานห้องเพื่อประโยชน์ หลายอย่างร่วมกัน ดังนั้น การเลือกสีที่ชอบที่มีการสะท้อนของแสงน้อยที่สุด น่าจะเหมาะสมต่อการใช้งานมากที่สุด
การจัดแสงให้กับโฮมเธียเตอร์ของคุณ
การติดตั้งไฟภายในห้องมีหลักสำคัญ คือ ไม่ให้เกิดการสะท้อนแสงของดวงไฟกับจอภาพยนตร์ ซึ่งจะรบกวนสายตาของเรา นอกจากนั้น การเลือกใช้ไฟยังมีประโยชน์สำหรับการเคลื่อนไหวภายในห้อง รวมถึงการสร้างบรรยากาศในการรับชมภาพยนตร์อีกด้วย การดูภาพยนต์ในห้องที่มืดสนิททำให้การใช้งานอื่น ๆ ไม่สะดวก นอกจากนั้น ยังเพิ่มความเครียดให้กับดวงตาในการจ้องจอที่มีความสว่างเพียงจุดเดียวนาน ๆ การหาดวงไฟขนาดเล็กที่คลุมด้วยแก้วหรือพลาสติกช่วยในการกระจายแสงไปติดไว้บนผนังสามารถเพิ่มแสงสว่างภายในห้องและบรรยากาศภายในห้องให้ดีขึ้น ไม่ควรให้แสงอยู่ในตำแหน่งที่ตกกระทบกับจอภาพโดยตรง การเน้นแสงด้านหลังจอภาพโดยใช้ low voltage light และ LED เช่น rope light, cove light สามารถลดความเครียดของสายตา รวมไปถึงสร้างบรรยากาศและทำให้จอภาพยนต์ดูเด่น ขึ้น
การจัดระบบเสียงให้กระหึ่ม
หาระบบเสียงดีๆ มาใช้งาน และจัดห้องโดยคำนึงถึงการสะท้อนของเสียง การดูดซับเสียง และการกระจายของเสียง เนื่องจากเสียงที่เราได้ยินภายในห้องนอกเหนือไปจากเสียงที่มาจากต้นกำเนิดเสียง เช่น ลำโพงโดยตรงแล้ว ยังเกิดจากการรวมกันกับเสียงสะท้อนภายในห้อง ซึ่งเสียงสะท้อนดังกล่าวมีทั้งข้อดีคือทำให้เสียงเต็มและมีความดังมากขึ้น ในขณะที่ข้อเสียจากเสียงสะท้อนทำให้เกิดการบิดเบือนของโน๊ต ซึ่งขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความดังของเสียงที่มายังหูของเรา สำหรับเสียงสะท้อนที่มาถึงพร้อมๆกันกับเสียงจากต้นกำเนิดเสียงอาจจะรวมไปเป็นเสียงเดียวกัน หรือเสริมให้เสียงมีความดังมากขึ้น ในขณะที่เสียงที่มาถึงช้ากว่ามากๆ เราจะได้ยินเป็นเสียงก้องซึ่งรบกวนการฟังของเรา
สำหรับปัญหาหลักด้านเสียงได้แก่ standing waves, early reflection และ flutter echo ซึ่งเกิดจากการสะท้อนของเสียงโดย standing waves เกิดจากการ resonance ของเสียงสะท้อนระหว่างผนังห้องที่ขนานกัน ที่มีสาเหตุมาจากขนาดสัดส่วนของห้อง ทำให้แต่ละจุดในห้องมีเสียงเบาและดังที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะบริเวณผนังและมุมห้องที่จะมีเสียงดังมากกว่าปกติ โดย standing wave มีผลกับเสียงความถี่ต่ำ ในขณะที่ flutter echo เกิดจากการสะท้อนไปมาระหว่างผนังในขณะที่เสียงที่มาจากต้นกำเนิดเสียงโดยตรงหยุดไปแล้ว ทำให้เกิดเสียงที่เบลอและแข็ง ซึ่งมีผลต่อเสียงความถี่กลางและสูง ในขณะที่ early reflection เกิดจากการสะท้อนของเสียงจากลำโพงไปยังผนังและมาถึงตัวเราเร็วเกินไปซึ่งจะ ทำให้สับสนระหว่างลำโพงและผนังว่าจุดใดเป็นต้นกำเนิดเสียงจริง ซึ่งเกิดจากเสียงสะท้อนที่มาถึงตัวเราเ็ร็วกว่า 15 ms จากปัญหาเหล่านี้ทำให้เสียงที่เราได้รับมีการบิดเบือนผิดไปจากความเป็นจริง
สิ่งที่เราสามารถทำได้ในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับเสียงสะท้อนภายในห้องได้แก่ การใช้วัสดุดูดซับเสียง การจัดสัดส่วนห้อง และการใช้วัสดุกระจายเสียงสะท้อน (diffusion) ซึ่งปัญหาของ standing wave แก้ไขโดยการจัด soundexpert สัดส่วนห้องให้เหมาะสม นอกจากนั้น การจัดตำแหน่งของเก้าอี้ภายในห้องไปยังตำแหน่งต่าง ๆสามารถทำให้ ได้รับผลจากเสียงสะท้อนที่ต่างๆกัน ดังนั้นเราสามารถทดสอบเลื่อนตำแหน่งในการฟังให้ไปยังตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด สำหรับ flutter echo สามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ โดยการใช้อุปกรณ์ที่ดูดซับเสียง เช่น ผ้าม่าน หรือพรม ปูระหว่างแหล่งกำเนิดเสียงและตำแหน่งที่นั่งเพื่อดูดซับเสียงสะท้อน และการแก้ปัญหา early reflection ทำได้โดยใช้ diffuser ติดไว้ในจุดที่เป็น reflection ซึ่งหาได้โดยการนำกระจกทาบกับผนังรอบๆ โดยจุดที่เป็น early replection ได้แก่ จุดที่เราสามารถมองเห็นลำโพงในกระจกได้จากจุดที่เรานั่งชมภาพยนตร์ ในกรณีไม่มี diffuser สามารถใช้ชั้นวางหนังสือที่มีสันหนังสือวางไม่เสมอกันเป็นอุปกรณ์ทดแทนได้
 |
จัดเก้าอี้ชมภาพยนตร์
ตำแหน่งของเก้าอี้ชมภาพยนต์ที่เหมาะสมในการนั่งชมภาพยนตร์ ขึ้นกับความชอบของแต่ละคน เช่น การเลือกที่นั่งในโรงภาพยนตร์ บางคนชอบนั่งด้านหน้า ในขณะที่บางคนชอบนั่งด้านหลัง แต่การนั่งใกล้เกินไปก็มีผลเสียต่อสายตา หากนั่งห่างเกินไปก็จะทำให้ไม่เห็นรายละเอียดของภาพ ดังนั้น ตำแหน่งการนั่งที่เหมาะสมจึงควรอยู่ระหว่าง 2-5 เท่าของขนาดหน้าจอ (ขนาดเส้นทะแยงมุมของหน้าจอ แนะนำโดย SMPTE)
ที่มาของข้อมูล: taradasungha