การทำสัญญาซื้อขายบ้าน

เปิดอ่าน (78388) ครั้ง

การทำสัญญาซื้อขายบ้านจะต้องดูอะไรบ้าง รู้ไว้ก่อนซื้อเพื่อความปลอดภัยในการซื้อบ้าน

1.  ข้อความที่ระบุว่าเป็นสัญญาซื้อขาย ดูกันชัดๆให้เห็นคำว่า "สัญญานี้เรียกว่าสัญญาซื้อขาย" อย่าเห็นเป็นเรื่องไม่สำคัญ เพราะการลงนามในเอกสารสัญญานี้เพื่อการซื้อและขายมิใช่เพื่อการอื่นใดจึง ต้องระบุว่าเป็นสัญญาซื้อขาย

2.  ข้อความที่บ่งชัดว่า ใครเป็นผู้ซื้อ ตรงนี้ตรวจสอบชื่อและนามสกุลตัวเองให้ถูกต้องเสียด้วย รวมทั้งที่อยู่หรือภูมิลำเนาที่ติดต่อได้สะดวก ดูไว้เพื่อเจ้าหน้าที่ของโครงการพิมพ์หรือเขียนชื่อไม่ถูกต้องจะได้ทักท้วง

3.  ใครเป็นผู้ขาย ข้อนี้ค่อยๆ อ่านให้ดี อย่าคิดเอาเองเด็ดขาด ชื่อผู้ขายต้องเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในคอนโดมิเนียมที่ทำสัญญาซื้อขาย ชื่อนั้นควรเป็นชื่อเดียวกันกับบริษัทพัฒนาโครงการ ซึ่งต้องระบุถึงกรรมการผู้จัดการหรือกรรมการที่มีอำนาจทำสัญญาแทนนิติบุคคล รวมทั้งระบุหมายเลขจดทะเบียนของนิติบุคคลไว้ด้วย ทำไมต้องดูให้ดี เพราะข้อผูกพันต่างๆ ในสัญญานั้นจำกัดเฉพาะผู้ซื้อกับผู้ขาย คนอื่นไม่เกี่ยว

4.  ข้อความที่ระบุชัดเจนถึงทรัพย์สินที่ขาย ข้อนี้ควรไล่เรียงอย่างละเอียด ดูเอกสารจดทะเบียนอาคารชุดหรือแบบ อ.ช.1 ดูเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุดหรือแบบ อ.ช.2 และดูเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดหรือแบบ อ.ช.3 เอกสารทั้งสามฉบับควรมีครบสำหรับคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จก่อนขาย  ดูให้แน่ใจว่า ห้องชุดที่เซ็นสัญญาซื้อขายนั้นตรงกับตำแหน่งที่ต้องการจากแผนผังหรือโมเดล จำลองหรือไม่ หากไปดูห้องจริงที่ตั้งใจซื้อก็เป็นการดีมาก เรื่องนี้คือข้อดีของคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จก่อนขาย ผู้ซื้อได้เห็นหน้าเห็นตารูปทรงกันจะแจ้ง ไม่เป็นการคลุมถุงชนสุดท้ายทรัพย์ที่ขายดูให้ละเอียดชัดเจนว่า ส่วนไหนเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล ส่วนไหนเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนรวม ใช้เวลาอ่านเอกสารสัญญานานสักหน่อยไม่มีใครว่าอะไรดอก ควรใช้สิทธิของผู้ซื้อที่เป็นฝ่ายจ่ายเงินอย่างเต็มที่

5.  ต้องระบุราคาอย่างชัดเจนเป็นราคาต่อตารางเมตรและราคารวมเบ็ดเสร็จ ราคาที่ระบุในสัญญาจะเป็นราคาคงที่ตั้งแต่วันที่เซ็นสัญญา ไม่ว่าราคาตลาดเปลี่ยนแปลงขึ้นลงอย่างไรก็ตาม นอกจากนี้สัญญาต้องระบุถึงค่าใช้จ่ายอย่างอื่นๆ เช่น อัตราการเสียค่าใช้จ่ายส่วนกลางต่อตารางเมตรและวิธีการจ่าย ค่าใช้จ่ายสโมสรกีฬาและอื่นๆ

6.  ข้อความระบุถึงการโอนกรรมสิทธิ์ แม้ว่าตามหลักกฎหมายกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ซื้อนั้นย่อมโอนให้ผู้ซื้อ ตั้งแต่ "ขณะเมื่อได้ทำสัญญาซื้อขายกัน" แต่กรรมสิทธิในอสังหาริมทรัพย์นั้นมีผลตามกฎหมายเมื่อมีการจดทะเบียนโอน กรรมสิทธิ์ต่อเจ้าพนักงานที่ดินก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ต้องระบุผู้รับผิดชอบค่าโอนด้วย อาจแบ่งกันออกฝ่ายละครึ่งระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ สัญญาซื้อขายต้องมีความชัดเจนในเรื่องนี้ จะโมเมคิดเอาเองไม่ได้

7.  การรับประกัน ดูให้ละเอียดเกี่ยวกับการรับประกัน ตั้งแต่เรื่องโครงสร้างของอาคารชุด อุปกรณ์ประกอบอาคารต่างๆ เช่น ลิฟท์ ระบบเตือนภัย ระบบบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น หลักการคือ โครงสร้างอาคารและอุปกรณ์ประกอบอาคารต้องมีการรับประกัน เพื่อแสดงความรับผิดชอบของเจ้าของโครงการต่อสินทรัพย์ที่ขาย เช่น รับประกันโครงสร้างและส่วนประกอบอาคาร 5 ปี เป็นต้น เวลาเสียหายเจ้าของโครงการดำเนินการซ่อมให้

8.  ตรวจสอบอีกรอบในเรื่องข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทรัพย์สิน โดยเฉพาะการแบ่งแยกระหว่างทรัพย์สินส่วนบุคคล กับทรัพย์สินส่วนกลาง ตรงนี้ต้องมีความชัดเจน เพราะการซื้ออาคารชุดพักอาศัยหรือคอนโดมิเนียมนั้นได้กรรมสิทธิส่วนตัวใน ทรัพย์สินส่วนบุคคล และกรรมสิทธิร่วมในทรัพย์สินส่วนกลาง นอกจากนี้  ดูให้ละเอียดถึงคะแนนเสียงต่อทรัพย์สินส่วนกลาง ซึ่งปกติคิดจากสัดส่วนของมูลค่าทรัพย์สินส่วนบุคคลต่อมูลค่าทรัพย์สินรวม ทั้งหมด ตรงนี้จะได้รู้ถึงคะแนนเสียงของตนเองต่อคอนโดมิเนียมทั้งตึก


ที่มาของข้อมูล: โฮมดีดี

คู่มือผู้ซื้อบ้านอื่นๆ

เคล็ดลับการแต่งบ้าน

  • ฮวงจุ้ยตู้ปลา วางให้ดีก็รวยได้
    ในวิชาฮวงจุ้ย ธาตุน้ำมักจะเกี่ยวข้องกับเงินและโชคลาภ การจัดวางตู้ปลาให้ถูกตำแหน่งก็อาจนำความร่ำรวยมาสู่คุณได้
  • ประตูตรงกันอันตราย
    ถ้าคนเรามีความรัก มีความเข้าอกเข้าใจกัน แต่ขาดปัจจัยเรื่องเงิน ก็ไม่สมบูรณ์จะเกิดเรื่องระหองระแหงตามมา เช่นคนจีนชอบพูดคำว่า "จุ้ยข้อ ฮื้อเซียเตีย" แปลว่า "น้ำลดปลากระทบกัน" ความหมายก็คือปลาแทนคน น้ำแทนเงิน แปลว่าคนขาดเงิน สามีภรรยาเป็นผู้รับผิดชอบรายรับ รายจ่ายในครอบครัว
  • "ห้องน้ำ" ห้ามอยู่กลางบ้าน
    หลักฮวงจุ้ยสืบต่อกันมานับพัน ๆ ปี กำเนิดมาตั้งแต่ยุคสมัยที่ยังไม่มีการบริหารจัดการของเสียจากร่างกายมนุษย์ได้เช่นปัจจุบัน ดังนั้นในยุคสมัยหนึ่ง ห้องน้ำ ห้องสุขาจะอยู่นอกตัวบ้าน หรือแยกห้องสุขาออกจากห้องอาบน้ำ เพื่อป้องกันกลิ่นไม่สะอาดมารบกวน รวมทั้งป้องกันความอับชื้น และอันตรายจากเชื้อโรคต่างๆ
  • เมื่อซื้อบ้านแล้วถูกเอาเปรียบจะทำอย่างไร
    เมื่อคุณตัดสินใจซื้อบ้านแล้ว แต่บ้านมีปัญหา หรือไม่ตรงตามสัญญา จะมีกฎหมายใดที่ช่วยคุณได้บ้าง
  • ฮวงจุ้ยบ้านสีชมพู อ่อนหวานสดใสสำหรับลูกสาว
    หากอยากเพิ่มความรู้สึกอ่อนหวานและอ่อนเยาว์ ในศาสตร์ฮวงจุ้ยมีวิธีการใช้สีกับบ้านของคุณได้

advertisement



advertisement



advertisement