สไตล์ของบ้านจะออกแนวโมเดิร์นจางๆ มีความเป็นมินิมัลลิสต์สูง เพราะครอบครัวไม่ชอบอะไรที่ดูเยอะๆ
เรื่อง: กาญจนา เตชาวัฒนากูล / ภาพ : ทวีชัย ธวัชปกรณ์
เมื่อบ้านหลังเดิมที่เคยอยู่อาศัยมานานนับสิบปี เริ่มไม่สามารถตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของสมาชิกในครอบครัวได้แล้ว การปรับเปลี่ยนหรือแม้แต่สร้างบ้านใหม่จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การจะสร้างบ้านใหม่ในฝันให้ออกมาดูดีและลงตัวภายใต้ข้อจำกัดและความต้องการที่หลากหลายของคนในบ้านก็เป็นสิ่งที่ไม่ง่ายเลย เช่นเดียวกับบ้านของ จีน-จีราภัสร์ อริยบุรุษ บรรณาธิการและหนึ่งในผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ความงาม jeban.com ที่คอลัมน์ @Home จะพาไปเยี่ยมบ้านกันในวันนี้ ก็มีแง่มุมที่น่าสนใจสำหรับคนที่คิดอยากจะมีบ้านเอามาฝากกันมากมาย
ส่วนใหญ่แล้วหากบ้านเดิมมีพื้นที่จำกัด หลายครอบครัวก็มักจะตัดสินใจขายที่เก่าเพื่อไปหาซื้อที่ใหม่ ซึ่งถูกลงแต่ได้พื้นที่กว้างขวางกว่าเดิมและทำอะไรได้สะดวก แต่สำหรับ จีราภัสร์ แล้ว แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ค่อนข้างมาก แต่เมื่อบวกลบคูณหารกับปัจจัยอื่นๆ ทั้งความสบายใจของสมาชิกในบ้าน งบประมาณและสะดวกสบายของการเดินทาง เพราะทำเลบ้านอยู่กลางใจเมืองแล้ว ครอบครัวอริยบุรุษจึงตัดสินใจที่จะรื้อและสร้างบ้านใหม่ลงบนที่ดินเดิม กลายเป็นบ้าน 3 ชั้น สไตล์โมเดิร์นสุดเก๋ที่ใครๆ เห็นต่างก็ชื่นชมในไอเดียที่เรียบง่ายแต่ดูดี รวมถึงการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า
“เราย้ายบ้านไปที่อื่นที่กว้างขวางกว่านี้ไม่ได้ ปัจจัยหลักๆ ก็เพราะผู้ใหญ่ที่บ้านไม่ยอม เขาจะค่อนข้างติดที่ เพราะเขามีสังคมแถวนี้ และทำเลอยู่กลางใจเมือง เดินทางไปไหนก็สะดวก เราเองก็ไม่ค่อยอยากย้าย แต่ด้วยความที่บ้านหลังเดิมเล็กมาก สภาพก็ค่อนข้างเก่ามากเพราะสร้างมาประมาณ 50 ปีแล้ว เวลาฝนตกน้ำก็ท่วม ที่สำคัญพอเรามีลูกก็ต้องการพื้นที่มากขึ้น เราก็เลยคิดว่าสร้างหลังใหม่ที่นี่ล่ะ ช่วงระหว่างก่อสร้างก็ย้ายไปอยู่อพาร์ตเมนต์ใกล้ๆ แทน เวลามาดูงานก่อสร้างก็สะดวกด้วย” จีราภัสร์ บอก
การสร้างบ้านเป็นงานใหญ่ และถ้าโชคร้ายเกิดปัญหาทีหลังก็แก้กันลำบาก เพราะฉะนั้นการหาข้อมูลและวางแผนให้ดีเสียตั้งแต่เริ่มต้นก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก
“เราเก็บข้อมูลกันมานานเป็นปีก่อนจะสร้างจริง ตระเวนดูตามสถานที่ต่างๆ เห็นอะไรถูกใจก็ถ่ายรูป หรือเซฟข้อมูลเก็บไว้ รวมถึงเช็กเรื่องข้อกฎหมายต่างๆ ด้วย อยากสร้างบ้านให้ถูกต้องที่สุด ไม่อยากมีปัญหาทีหลัง เราคุยกันและลิสต์ความต้องการต่างๆ ออกมาเป็นข้อๆ เพื่อเป็นโจทย์ให้กับสถาปนิกในการออกแบบบ้าน ความลำบากในการทำบ้านหลังนี้นอกจากพื้นที่ที่ค่อนข้างจำกัดแล้ว ที่แย่กว่าคือมันไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยมด้านเท่า การออกแบบให้สอดคล้องกับลักษณะพื้นที่แปลกๆ แบบนี้ก็ถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง และเรามีคอนเซปต์หลักอยู่ว่าเราต้องการแบบบ้านที่สอดคล้องกับการใช้งานจริงมากที่สุด ทำการบ้านกันเยอะมาก แต่ดีตรงที่เมื่อเราไปคุยกับสถาปนิกเขาก็จะเข้าใจ” จีราภัสร์ เล่าให้ฟัง
นอกจากนั้น เรื่องของไลฟ์สไตล์ ความสะดวกสบาย รวมถึงความปลอดภัยของสมาชิกในบ้านก็เป็นเรื่องสำคัญ
“ผู้ใหญ่ในบ้านอายุมากแล้ว จะเดินขึ้นลงบันไดก็คงไม่ไหว เราก็เลยจัดพื้นที่ชั้นล่างให้มีสิ่งจำเป็นและอำนวยความสะดวกอยู่ในพื้นที่เดียวกันทั้งหมด ไม่ว่าจะห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว และห้องนั่งเล่น แต่ในขณะเดียวกันเราก็อยากจะให้บ้านมีสัดส่วน เวลาที่มีเพื่อนๆ มาบ้าน ก็ไม่จำเป็นต้องผ่านโซนที่ผู้ใหญ่อยู่ สามารถเดินเลี่ยงขึ้นห้องนั่งเล่นชั้น 2 ได้เลย ซึ่งชั้น 2 และ 3 จะเป็นห้องนอนเราและลูก ห้องเก็บของและมุมหนังสือ ส่วนของห้องนั่งเล่นจะทำเป็นเพดานสูงขึ้นไปเปิดโล่งและโปร่งสบาย 2 ชั้นมองเห็นและพูดคุยกันได้ เพราะอยากให้มีพื้นที่ส่วนกลางที่ทำให้คนในบ้านได้เชื่อมต่อกันได้ ไม่ต่างคนต่างอยู่”
จีราภัสร์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ถ้าพูดถึงสไตล์ของบ้านจะออกแนวโมเดิร์นจางๆ มีความเป็นมินิมัลลิสต์สูง เพราะครอบครัวไม่ชอบอะไรที่ดูเยอะๆ และต่างก็ทำงานกันยุ่ง ไม่ค่อยมีเวลา ไม่มีพี่เลี้ยงหรือคนช่วยทำงานบ้าน เลยอยากได้บ้านที่ไม่ต้องใช้เวลาดูแลหรือทำความสะอาดมาก และมีที่เก็บของเยอะๆ อย่างใต้บันไดหรือตามมุมต่างๆ ของบ้าน ซึ่งถ้าเป็นบ้านที่มีรายละเอียดมาก ก็ต้องเสียเวลาทำความสะอาดมากตามไปอีก ก็คงจะไม่เข้ากับการใช้ชีวิต
“ส่วนสีบ้านที่เลือกเป็นสีปูนดิบ เพราะเป็นคนชอบสีจริงของวัสดุอยู่แล้วและประหยัดงบ เลือกโทนขาว เทา ดำ ทำให้แต่งบ้านได้ง่ายกว่าบ้านที่เลือกเฉดหรือโทนสีสดใสไปเลย แต่จะเลือกเฟอร์นิเจอร์หรือของแต่งบ้านให้มีสีสัน มันก็จะดูเด่นขึ้นมา” จีราภัสร์ ยังเสริมว่าเธอชอบใช้เฟอร์นิเจอร์มือสองมาแต่งบ้าน เพราะราคาไม่แพงและไม่ต้องใช้แบบทะนุถนอมมากนัก บางทีซื้อของใหม่มาอาจไม่ค่อยกล้าใช้ หรือถ้าเป็นพวกโซฟาหนังมือสองหนังก็จะนิ่ม นั่งสบาย อีกอย่างเฟอร์นิเจอร์บางแบบก็หาของมือหนึ่งไม่ได้แล้ว
ไม่เพียงแค่เรื่องของดีไซน์และการใช้งาน แต่การประหยัดพลังงานภายในบ้านก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เธอใส่ใจ
“แสงสว่างที่เพียงพอและความโปร่งเย็นสบายของบ้านจะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าไปได้เยอะ แต่เราไม่อยากได้บ้านที่เป็นกระจกเยอะๆ รอบด้านแล้วใช้ม่านปิดเอา เพราะนอกจะไม่ทำให้บ้านเย็นจริงแล้ว ค่าติดตั้งม่านยังสูงเกินจำเป็นด้วย ดังนั้นการวางตำแหน่งของหน้าต่างหรือกระจกต่างๆ ก็มีความสำคัญ ต้องดูทั้งทิศทางลมและแสงสว่างที่เข้ามา แต่ไม่ล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวของเราเพราะคนข้างนอกมองเข้ามาไม่เห็น”
“ในขั้นตอนการทำจริงก็มีปรับเปลี่ยนไปบ้างตามแต่งบประมาณและความจำเป็น เราก็ได้ประมาณ 80% ของที่วางแผนไว้แต่ต้น แต่อย่างที่บอกว่าเราเน้นที่ฟังก์ชันการใช้งานจริงมากกว่า ได้ในระดับนี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว” จีราภัสร์ ส่งท้ายว่าสำหรับเธอแล้ว การที่ทุกคนมีความสุขและได้ใช้พื้นที่อยู่ร่วมกันแบบใกล้ชิด ก็ถือว่าบ้านหลังนี้ได้ทำหน้าที่สำคัญลุล่วงแล้ว
5 มุมโปรดในบ้าน
ห้องนั่งเล่น - เป็นมุมที่โปร่งโล่งสบาย และเราชอบมานั่งทำงานบริเวณนี้ ตอนแรกเป็นแค่ที่โล่งๆ ก็ไม่ค่อยได้มาใช้พื้นที่เท่าไหร่ แต่พอมีโต๊ะ เก้าอี้ โซฟา เพิ่มเข้ามา สุดท้ายก็มีทีวี ตอนนี้ก็เลยกลายเป็นมุมโปรดไป แล้วยังใช้เป็นที่จัดปาร์ตี้เล็กๆ กับเพื่อนๆ ได้ด้วย ยิ่งช่วงกลางคืนพอมืดแล้ว เปิดโคมไฟด้านบน เปิดเพลงเบาๆ ก็กลายเป็นผับย่อยๆ ไปทันที
มุมหนังสือ – เป็นมุมโปรดเพราะชอบอ่านหนังสือมาก แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นหนังสือการ์ตูนหรือหนังสืออ่านเล่นมากกว่า สีสันของหนังสือที่วางเรียงบนชั้นยังช่วยทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวามากขึ้นด้วย
ห้องนอน – จะตกแต่งแบบเรียบๆ ทำยกพื้นขึ้นมา ด้านล่างจะเป็นช่องเก็บของ จะมีทั้งแบบลิ้นชักและแบบนินจา คือเปิดฝายกขึ้นแล้วเก็บของได้ นอกจากนั้นจะมีตู้เสื้อผ้าบิวด์อินสูงจรดเพดานและมีมุมทำงานเล็กๆ อยู่ด้านข้าง
ห้องน้ำ – เป็นห้องที่ใช้บ่อยที่สุด เคยใฝ่ฝันว่าอยากมีอ่างอาบน้ำ พอทำบ้านใหม่เลยใส่อ่างอาบน้ำเล็กๆ แบบเป็นสเต็ปเข้าไปด้วย เพราะประหยัดพื้นที่ ซึ่งมันเวิร์กมาก เพราะเวลาอาบน้ำลูกก็สะดวก หรือบางทีเมื่อยๆ อยากเอาเท้าแช่น้ำอุ่นทำสปา ก็สามารถเปิดน้ำน้อยๆ ได้ ไม่เปลืองเหมือนอ่างใหญ่
ห้องครัว – อาจจะไม่ค่อยได้ทำอาหารบ่อยเท่าไหร่ แต่ก็อยากแต่งครัวสวยๆ เอาไว้เวลามีปาร์ตี้กัน
ที่มาของข้อมูล:
http://www.posttoday.com/บ้าน-คอนโด/at-home/38183/บ้านมินิมัลลิสต์อยู่สบายสไตล์-จีราภัสร์-อริยบุรุษ