สัญญาประนีประนอมยอมความ

เปิดอ่าน (6738) ครั้ง

 

เมื่อมีคดีความเกิดขึ้น  อาจมีการยึด อายัด หรือถูกจับ  แต่ส่วนใหญ่แล้ว การตกลงกันได้โดยไม่ต้องพึ่งบทลงโทษ จะเป็นการดีที่สุด  ซึ่ง "สัญญาประนีประนอมยอมความ" ก็เป็นวิธีการหนึ่ง

 


หากเป็นเรื่องขัดกันทางผลประโยชน์แล้วโกรธกัน จะปรับทางให้ลงตัวกันได้ก็ต้องทำอะไรเป็นหลักเป็นฐานเอาไว้ในชื่อว่า "สัญญายอม"

ไม่ต้องรอให้ถึงศาลก็ทำสัญญากันได้ เขียนให้ชัดเจนลงไปว่าจะจัดสรรประโยชน์อย่างไร อาจมีได้มีเสียหายกันบ้างแล้วต่างคนต่างแยกย้าย หากผิดข้อตกลงเมื่อไรก็บังคับทางกฎหมายกันได้ ไม่ต้องมาเถียงกันใหม่เพราะจัดสรรกันในสัญญาแล้ว

การบังคับกันทางกฎหมายก็ต้องอาศัยคำพิพากษาของศาลอยู่ดี โดยคนที่บิดพลิ้วไม่ทำตามสัญญาก็จะมีฐานะเป็น จำเลยในคดี เมื่อศาลมีคำพิพากษาตามสัญญาแล้วยังดื้อแพ่งอีก ก็หลีกหนีไม่ได้ เพราะจะถูกบังคับคดี อาจมีการยึด การอายัด หรืออาจถูกจับมาศาลฐานขัดคำสั่งก็ได้

บางรายทะเลาะกันไกลไปถึงศาลแล้ว ถ้าตกลงกันได้ก่อนที่ศาลจะพิพากษาก็ทำสัญญายอมกันได้ ก็เลือกเอาว่าจะรอมชอมยอมกันในศาลหรือทำกันเองแล้วไปถอนฟ้องที่ศาล ซึ่งมีผลต่างกัน

การยอมความตามกฎหมาย ชื่อก็บ่งบอกออกชัดเจนว่าเป็นการผ่อนผันให้กันเพื่อระงับข้อพิพาทบาดหมางที่ มีอยู่หรือที่จะมีขึ้นในอนาคต เรียกเต็มยศว่า "สัญญาประนีประนอมยอมความ"

หากตกลงกันนอกศาล การผิดสัญญาก็ต้องฟ้องร้องบังคับกันอย่างที่บอกไว้ข้างต้น ดังนั้น ส่วนใหญ่จะทำสัญญายอมกันในศาล เพราะเรื่องก็มาถึงขั้นนี้แล้ว สัญญายอมแบบนี้จะมีเป็นแบบฟอร์มของศาล

เราก็จัดการเขียนข้อตกลงจนอิ่มอกอิ่มใจว่า ฝ่ายไหนยอมอะไร และ อย่างไร ศาลจะพิจารณาว่าข้อตกลงมันบังคับกันได้ ไม่ขัดต่อกฎหมาย ท่านก็จะมีคำพิพากษาตามที่ยอมความกันให้ คดีก็เป็นอันเสร็จเด็ดขาดไป

การที่ศาลมีคำพิพากษาได้ผลเบ็ดเสร็จเป็นทูอินวัน เพราะหากมีการดื้อดันไม่ทำตามสัญญา ไม่ต้องเสียเวลาไปฟ้องร้องบังคับตามสัญญา แต่บังคับตามคำพิพากษาได้ทันที

แบบนี้ก็คือ ศาลมีอำนาจบังคับให้ทำตามที่ตกลงกันได้ ศาลจะตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ไปดำเนินการบังคับต่อไป คนที่ไม่รักษาสัญญาก็จะเดือดร้อนในทางกฎหมาย

 

ที่มาของข้อมูล: ไทยโฮมมาสเตอร์

ฮวงจุ้ย สาระน่ารู้อื่นๆ

advertisement



advertisement



advertisement